สาวทำงานทั้งหลายที่วัน ๆ สมองวุ่นวายอยู่ตลอดเวลาไม่เคยได้หยุดพัก ระวังเป็นโรคความจำเสื่อมนะคะ ใครไม่อยากความจำเสื่อมก่อนวัยอันควร ก็ควรทำตาม 5 พฤติกรรมดังต่อไปนี้ค่ะ เรามาดูกันว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไรกันบ้าง…
+ ทานอาหารเช้าทุกวัน โดยขอให้มีผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารที่มีโปรตีนสูงรวมอยู่ด้วย
+ กินทุก ๆ 3 – 4 ชั่วโมง และควรกินคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี เช่น ธัญพืช หรือผักที่มีแป้ง จำพวกลูกเดือย เผือก มันด้วย
+ เลี่ยงอาหารไขมันสูง เป็นไปได้ให้กินอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ ก็พอ
+ กินอาหารตามหมวดแป้ง หรือธัญพืชไม่ขัดสีอย่างน้อยวันละ 6 ส่วน ผักผลไม้วันละ 8 – 10 ส่วน โดยมีผักใบเขียวอย่างน้อย 2 ส่วน อาหารที่มีแคลเซียมสูง 3 ส่วน จะเป็นนมพร่องไขมัน หรือนมเสริมแคลเซียมก็ได้ กินถั่วต่าง ๆ มีปลา 2 มื้อ และอาหารที่มีโคลีนสูง เช่น ถั่วเหลืองเสริมวิตามินบีรวม วิตามินซี และวิตามินอีเพิ่มเติมเลี่ยงแอลกอฮอล์และสารนิโคติน
+ เลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนสารปรอท ตะกั่ว และโลหะอื่น [...]
มุมสุขภาพ, เรื่องน่ารู้เพื่อสุขภาพ
ป้องกันความจำเสื่อม
วิธีการเผาผลาญพลังงานอย่างง่าย ๆ ก็คือ การดื่มน้ำนั่นเอง มาดูกันว่า มีวิธีไหนเด็ด ๆ บ้าง
1. ร่างกายของคุณจะเผาผลาญแคลอรีมากกว่า เวลาย่อยอาหารและเครื่องดื่มเย็นจัด
จริง แต่ก่อนที่คุณจะรีบไปกินไอศกรีม ฟังนี่ก่อน ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความแตกต่างที่เกิดขึ้นอาจเล็กน้อยมากจนเห็นไม่ได้ชัดเจน โดยงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การดื่มน้ำเย็นจัด ๆ 5-6 แก้วต่อวัน อาจช่วยคุณเผาผลาญได้มากขึ้นราว 10 แคลอรีต่อวัน แต่ถึงแม้มันจะเล็กน้อยมาก ก็ไม่เสียหายอะไรที่จะดื่มของเหลวไม่มีแคลอรีอย่างน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟ (ไม่ใส่ครีมและน้ำตาล) กับน้ำแข็ง เพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน
2. การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่า
ปฏิกิริยาทางเคมีของร่างกายคุณทั้งหมด รวมทั้งการเผาลาญพลังงานต้องอาศัยน้ำ ถ้าคุณขาดน้ำ คุณอาจเผาผลาญแคลอรีได้น้อยลงราว 2% นี่เป็นผลจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยยูท่าห์ ซึ่งติดตามดูระดับการเผาผลาญพลังงานของผู้ใหญ่ 10 คนในขณะที่ดื่มน้ำในปริมาณที่ต่างกันในแต่ละวัน โดยคนที่ดื่มน้ำแก้วละ 8 ออนซ์ 8-12 แก้วต่อวันมีระดับการเผาผลาญพลังงานสูงกว่าคนที่ดื่มแค่สี่แก้ว
3. อาหารเผ็ดร้อนจะทำให้ระบบเผาผลาญของคุณเพิ่มขึ้น
เพราะแคปไซซิน สารประกอบที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อนช่วยขับเหงื่อ ที่อาจทำให้การเผาลาญพลังงานของคุณเพิ่มขึ้น พร้อมทำให้รู้สึกอิ่มและลดความหิว การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินพริกราว 1 ช้อนโต๊ะ ซึ่งเท่ากับแคปไซชิน 30 ม. ทำให้การเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นชั่วคราวถึง 23% ในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ให้คนกินพริก [...]
มุมสุขภาพ, อาหารเพื่อสุขภาพ
เผาผลาญพลังงาน
วิธีฟิตหุ่นให้สวยเช้ง แบบไม่พึ่งเครื่องออกกำลังกาย
วันหยุดนี้จะมัวแต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านกันทำไมคะ ลองมาหากิจกรรมฟิตหุ่นให้สวยเช้งด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องออกกำลังกายดีกว่า
* 10 นาที ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยออกกำลังกายเบา ๆ หลังตื่นนอน เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานมากกว่าเดิม และความเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าสำหรับวันหยุดสุดสบายนี้
* 15 นาที ใช้เวลาขณะดูนั่งทีวีหรือคุยโทรศัพท์ออกกำลังกายเบา ๆ โดยการเกร็งหน้าท้องเข้าออกและบิดเอวไปมา หรือยืนตัวตรงปล่อยไหล่สบาย ๆ แขม่วท้องแล้วผ่อนหายใจออกอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระชับกล้ามเนื้อท้องให้เฟิร์มขึ้น
* 20 นาที เดินเร็ว ๆ ก่อนมื้ออาหารกลางวันและเย็น ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานดียิ่งขึ้น
* 30 นาที หาดีวีดีออกกำลังกายที่คุณชอบมาลองทำตามที่บ้าน โดยสลับสับเปลี่ยนดีวีดีออกกำลังกายที่สนใจไปเรื่อย ๆ เช่น อาทิตย์นี้ออกกำลังกายแบบแอโรบิก อาทิตย์ถัดไปออกกำลังกายแบบโยคะ ฯลฯ การออกกำลังกายเป็นประจำทุกสัปดาห์จะช่วยให้คุณร่างกายแข็งแรงและหุ่นเฟิร์ม เร็วขึ้น
* 35-40 นาที มีงานวิจัยรายงานว่า ระบบเผาผลาญในร่างกายจะค่อย ๆ ลดลงหลังจากตื่นนอน 8 ชั่วโมงแล้ว คุณจึงควรไปวิ่งออกไปกำลังกายในช่วงเวลา 17.00-19.00 น. ประมาณ 35-40 [...]
การลดน้ำหนัก, การออกกำลังกาย, มุมสุขภาพ
ฟิตหุ่นให้สวย
1. เดินออกกำลัง โรคอ้วนกำลังระบาดไปทั่วอเมริกา และมีแนวโน้มว่าจะระบาดหนักขึ้นอีกในทศวรรษหน้านี้ การใช้เวลาพิเศษ 20 นาที เพื่อให้ร่างกายได้มีกิจกรรมมากขึ้น หรือการเดินวันละ 2,000 ก้าว คือสิ่งที่เราต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม ถ้าอยากรู้ว่าคุณเดินกี่ก้าวแล้วน่ะเหรอ ก็ลองใช้เครื่อง Pedometer หรือมาตรวัดจำนวนก้าวติดที่เข็มขัด แล้วก็ออกเดินได้เลย ไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม ตั้งแต่จูงสุนัขเดินเล่นหรือออกไปซื้อของแถวบ้าน
2. กินแอปเปิ้ลแบบสโนว์ไวท์ แอปเปิ้ลมีวิตามิซี 15 เปอร์เซ็นต์ ของทั้งหมด ที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันเชียวนะ เพื่อที่จะเสริมสร้างให้ร่างกายทุกส่วนมีสุขภาพดี โดยทั่วถึงแอปเปิ้ลอุดมด้วยวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง ในการไดเอ็ต ลองกินแอปเปิ้ลหรือผลไม้อื่น ๆ วันละสักสองสามลูก หรือมากกว่านั้นดูสิ
3. เซย์โนไขมันแปรรูป แย่พอๆ กับไขมันอิ่มตัวนั่นแหละ ไขมันแปรรูปทำให้ระดับคอเลสเตอรอลโดยรวม และโปรตีนไลปิดความหนาแน่นต่ำ (LDL) ซึ่งเป็นระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีสูงขึ้น แต่กลับไปลดระดับโปรตีนไลปิดความหนาแน่นสูง (HDL) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายลง การบริโภคไขมันแปรรูปอาจไปขัดขวางการดูดซึมไขมันที่ดีต่อสุขภาพที่จำเป็นต่อการเติบโต และการทำงานของอวัยวะสำคัญ
4. ดื่มแอลกอฮอล์ได้บ้าง ที่อนุญาตให้ดื่มนี้หมายถึงวันละหนึ่งถึงสองแก้ว ต่อวันสำหรับผู้ชาย และหนึ่งแก้วเท่านั้นสำหรับผู้หญิง หากดื่มมากเกินปริมาณที่พอเหมาะ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่คุณจะเสพติดแอลกอฮอล์ มีความดันโลหิตสูง เป็นโรคอ้วน หลอดเลือดสมองตีบ [...]
การลดน้ำหนัก, มุมสุขภาพ, เรื่องน่ารู้เพื่อสุขภาพ
กินโยเกิร์ต ดื่มน้ำมาก ๆ รักษาน้ำหนักให้คงที่ เดินออกกำลัง
เวลาช่าง ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน โดยเฉพาะช่วงอายุจาก 30 ไปถึง 40 ปี หลายคนที่หน้าที่การงานกำลังรุ่ง วันๆ ทำแต่งาน เหลือบมองกระจกอีกที ริ้วรอยเต็มไปหมดเสียแล้ว เริ่มควานหาครีมใด ๆ ในโลกที่เขาชมว่าดีมาทดลองใช้ ทาเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น
ก่อนอื่นมารู้จัก 8 สัณญาณแก่ บนใบหน้ากันก่อน
* ริมฝีปากบางลง (แต่ปากมาก ว่าคนเก่ง ยังไม่ทุเลาลง)
* มุมปากตก
* เนื้อแก้มห้อย คางเป็นสองชั้น
* คิ้วตก
* ตาตก
* จมูกเหี่ยว หย่อนยาน (ใกล้แม่มดเข้าไปทุกที)
* คอย่นเป็นชั้น ๆ
* แก้มตอบ
* ริ้วรอยเหี่ยวย่น ขนาดหายโกรธแล้วหน้าก็ยังย่นอยู่
สำคัญที่ดวงตา
ดวงตา เป็นจุดแรก ๆ ที่เราจะมองเห็นสัญญาณแก่ได้ง่าย โดยกล้ามเนื้อบริเวณตา เป็นสาเหตุของเปลือกตาบนอูมห้อยลงมา เนื่องจากอายุและสังขารไม่เที่ยง การออกกำลังกายในบริเวณนี้คือการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้ทั่วบริเวณเบ้าตา เพื่อลดอาการบวมใต้ตา หรือดวงตากลวงโบ๋ หมองช้ำไงล่ะคะ
ออกกำลังกายดวงตา
ท่าที่ 1
นอนราบไปกับพื้น (สบายดี อย่าเผลอหลับไป) หรืออยู่ในท่านั่ง วางนิ้วกลางของมือทั้งสองข้างไประหว่างคิ้ว นิ้วชี้วางไปบนขอบนอกของลูกนัยน์ตา ขยิบนัยน์ตาด้วยกล้ามเนื้อใต้ตา จะรู้สึกถึงการกระตุกเล็ก ๆ [...]
มุมสุขภาพ, เรื่องน่ารู้เพื่อสุขภาพ
eye exercises ออกกำลังกายดวงตา