<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>travel ท่องเที่ยว เที่ยวทั่วไทย &#187; อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ</title>
	<atom:link href="http://www.nookjung.com/travel/category/national-park/national-park-northern/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.nookjung.com/travel</link>
	<description>ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ท่องเที่ยวไทย กับหนุกจังดอทคอม</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 May 2011 08:01:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติแม่ปิง จ.ลําพูน</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/632</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/632#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 May 2011 04:32:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลำพูน]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติแม่ปิง]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติแม่หาดแม่ก้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=632</guid>
		<description><![CDATA[        อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เดิมชื่อว่าอุทยานแห่งชาติแม่หาดแม่ก้อ ได้ประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 ครับ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1,003 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อำเภอดอยเต่า จังหวัด เชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ตั้งอยู่ในท้อง ที่ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยมีทางแยกจากทางหลวงหมายเลข 106 สายลำพูน-ลี้-ก้อ ตรง กิโลเมตรที่ 47 เข้าไปตามทางหลวงหมายเลข 1087 เป็นทางลูกรังระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำ การอุทยานฯเนื่องจากภายในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นน้ำตามลำน้ำปิงยาวประมาณ 100 กิโลเมตร มีสภาพเป็นแก่งเกาะ หน้าผา หินงอก หินย้อย ตามสองฝั่งแม่น้ำเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการ เดินทางท่องเที่ยวลำน้ำปิงสามารถเริ่มจากอ่างเก็บน้ำดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยเรือหางยาวครับแล้วมา ต่อแพที่แก่งสร้อย ล่องมาจนถึงเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ในทางกลับกันอาจจะเช่าเรือหรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>        อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เดิมชื่อว่าอุทยานแห่งชาติแม่หาดแม่ก้อ ได้ประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 ครับ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1,003 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อำเภอดอยเต่า จังหวัด เชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ตั้งอยู่ในท้อง ที่ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยมีทางแยกจากทางหลวงหมายเลข 106 สายลำพูน-ลี้-ก้อ ตรง กิโลเมตรที่ 47 เข้าไปตามทางหลวงหมายเลข 1087 เป็นทางลูกรังระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำ การอุทยานฯเนื่องจากภายในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นน้ำตามลำน้ำปิงยาวประมาณ 100 กิโลเมตร มีสภาพเป็นแก่งเกาะ หน้าผา หินงอก หินย้อย ตามสองฝั่งแม่น้ำเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการ เดินทางท่องเที่ยวลำน้ำปิงสามารถเริ่มจากอ่างเก็บน้ำดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยเรือหางยาวครับแล้วมา ต่อแพที่แก่งสร้อย ล่องมาจนถึงเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ในทางกลับกันอาจจะเช่าเรือหรือ แพจากเขื่อนภูมิพลล่องขึ้นไปก็ได้</p>
<div id="attachment_634" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-634" title="อุทยานแห่งชาติแม่ปิง2" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2011/05/maeping4.jpg" alt="อุทยานแห่งชาติแม่ปิง2" width="400" height="267" /><p class="wp-caption-text">อุทยานแห่งชาติแม่ปิง2</p></div>
<div id="attachment_633" class="wp-caption aligncenter" style="width: 460px"><img class="size-full wp-image-633" title="อุทยานแห่งชาติแม่ปิง1" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2011/05/maeping7.jpg" alt="อุทยานแห่งชาติแม่ปิง1" width="450" height="338" /><p class="wp-caption-text">อุทยานแห่งชาติแม่ปิง1</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/632/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วนอุทยานสักใหญ่</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/618</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/618#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 May 2011 03:22:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุตรดิตถ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[วนอุทยานสักใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=618</guid>
		<description><![CDATA[         วนอุทยานสักใหญ่ อยู่ที่ หมู่ 4 บ้านปางเกลือ ตำบลน้ำไคร้ จากตัวเมืองเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1045 ประมาณ 60 กม. เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1146 ประมาณ 7 กม. เลี้ยวขวาเข้าสุ่ทางหลวงหมายเลข 1047 ประมาณ 11 กม. เลี้ยวขวาอีกครั้งไปตามทางลูกรังไปตามภูเขาอีก 2 กม. รวมระยะทางทั้งสิ้น 81 กม. ลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณ มีเนื้อที่ 1,000 ไร่ ภายในมีต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวรอบต้น 987 เซนติเมตร สูง 47 เมตร วัดเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2530 มีอายุประมาณ 1,500 ปี ปัจจุบันถูกพายุพัดส่วนยอดหัก ลำต้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>         วนอุทยานสักใหญ่ อยู่ที่ หมู่ 4 บ้านปางเกลือ ตำบลน้ำไคร้ จากตัวเมืองเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1045 ประมาณ 60 กม. เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1146 ประมาณ 7 กม. เลี้ยวขวาเข้าสุ่ทางหลวงหมายเลข 1047 ประมาณ 11 กม. เลี้ยวขวาอีกครั้งไปตามทางลูกรังไปตามภูเขาอีก 2 กม. รวมระยะทางทั้งสิ้น 81 กม. ลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณ มีเนื้อที่ 1,000 ไร่ ภายในมีต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวรอบต้น 987 เซนติเมตร สูง 47 เมตร วัดเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2530 มีอายุประมาณ 1,500 ปี ปัจจุบันถูกพายุพัดส่วนยอดหัก ลำต้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม</p>
<div id="attachment_621" class="wp-caption aligncenter" style="width: 497px"><img class="size-full wp-image-621" title="วนอุทยานสักใหญ่3" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2011/05/data92.jpg" alt="วนอุทยานสักใหญ่3" width="487" height="365" /><p class="wp-caption-text">วนอุทยานสักใหญ่3</p></div>
<div id="attachment_620" class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-620" title="วนอุทยานสักใหญ่2" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2011/05/data9.jpg" alt="วนอุทยานสักใหญ่2" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">วนอุทยานสักใหญ่2</p></div>
<div id="attachment_619" class="wp-caption aligncenter" style="width: 471px"><img class="size-full wp-image-619" title="วนอุทยานสักใหญ่1" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2011/05/1243500289.jpg" alt="วนอุทยานสักใหญ่1" width="461" height="346" /><p class="wp-caption-text">วนอุทยานสักใหญ่1</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/618/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/532</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/532#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2009 05:29:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกตาดเหมย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกแม่ตะไคร้]]></category>
		<category><![CDATA[ภูลังกาหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ตะไคร้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=532</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป
          อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันกำแพง อำเภอดอยสะเก็ด กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ และท้องที่อำเภอบ้านธิ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำปิง มีพันธุ์ไม้มีค่าและสัตว์ป่าที่สำคัญหลายชนิดและประกอบ ด้วยจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งเช่น น้ำตก อ่างเก็บน้ำ เขื่อน หน้าผา และยอดเขาที่สูงเด่น เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 696,250 ไร่ หรือ 1,114 ตารางกิโลเมตร
           เมื่อปี พ.ศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านแม่ตะไคร้ ได้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ การปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติกันต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการประกอบอาชีพเป็นไปด้วยความยากลำบาก ราษฎรมีความเป็นอยู่แร้นแค้น พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพและส่งเสริมคุณธรรม เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพที่มั่นคงถาวร พอกินพอใช้ตามอัตภาพ และให้ยึดถือหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพการครองเรือน เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรในท้องถิ่นที่ใกล้เคียง
            ต่อมาทรงมีรับสั่งและมีหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล 004/10521 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2525 ให้กรมป่าไม้ โดยกองอุทยานแห่งชาติดำเนินการจัดตั้งวนอุทยานขึ้น เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ศึกษาค้นคว้าตามธรรมชาติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลทั่วไป</strong></p>
<p>          อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันกำแพง อำเภอดอยสะเก็ด กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ และท้องที่อำเภอบ้านธิ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำปิง มีพันธุ์ไม้มีค่าและสัตว์ป่าที่สำคัญหลายชนิดและประกอบ ด้วยจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งเช่น น้ำตก อ่างเก็บน้ำ เขื่อน หน้าผา และยอดเขาที่สูงเด่น เป็นต้น มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 696,250 ไร่ หรือ 1,114 ตารางกิโลเมตร</p>
<p>           เมื่อปี พ.ศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านแม่ตะไคร้ ได้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ การปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติกันต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการประกอบอาชีพเป็นไปด้วยความยากลำบาก ราษฎรมีความเป็นอยู่แร้นแค้น พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพและส่งเสริมคุณธรรม เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพที่มั่นคงถาวร พอกินพอใช้ตามอัตภาพ และให้ยึดถือหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพการครองเรือน เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรในท้องถิ่นที่ใกล้เคียง</p>
<p>            ต่อมาทรงมีรับสั่งและมีหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล 004/10521 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2525 ให้กรมป่าไม้ โดยกองอุทยานแห่งชาติดำเนินการจัดตั้งวนอุทยานขึ้น เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ศึกษาค้นคว้าตามธรรมชาติ การอนุรักษ์ต้นน้ำลำธารและสัตว์ป่า โดยให้ดำเนินการสนองพระราชดำริในการปรับปรุงพื้นที่เป็นที่อยู่ธุดงค์สถานของพระภิกษุสามเณร และเป็นที่ปฏิบัติธรรมของประชาชนทั่วไป ให้ชื่อโครงการว่า “โครงการพัฒนาชนบทยากจนตามพระราชดำริ” การดำเนินการตามแผนงานโครงการเบื้องต้น ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานเลขานุการ กปร. จึงนับได้ว่าเป็นวนอุทยานที่มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น</p>
<p>            ต่อมาวนอุทยานแม่ตะไคร้ ได้มีหนังสือที่ กษ 0713(มค)/126 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2530 และที่ กษ 0713(มค)/227 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2530 ส่งข้อมูลการสำรวจเบื้องต้น เพื่อยกฐานะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ได้มีหนังสือคำสั่งที่ 131/2537 ลงวันที่ 22 มกราคม 2532 ให้ นายโกศล สงศิริ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 3 ไปทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ได้มีหนังสือ กษ 0713(มค)/121 ลงวันที่ 1 เมษายน 2531 รายงานเพิ่มเติมว่า พื้นที่ของวนอุทยานที่ดำเนินการอยู่แล้ว และพื้นที่ป่าผนวกเข้าเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา ป่าแม่ออน อำเภอสันกำแพง และป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นป่าต้นน้ำลำธาร เป็นพื้นที่ป่าประกอบด้วยสภาพป่าที่สมบูรณ์ และมีอิทธิพลต่อพื้นที่ลุ่มน้ำที่ใช้ในการเกษตรกรรมของราษฎรเป็นอย่างยิ่ง ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่สำคัญนานาชนิด สัตว์ป่าชนิดต่างๆ ตลอดจนจุดเด่นทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง เหมาะสมที่จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ</p>
<p>              ขณะนี้สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำลังดำเนินการประกาศพระราชกฤษฎีกา กำหนดบริเวณดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิประเทศ</strong></p>
<p>           พื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความสูงตั้งแต่ 400-2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้น 1 อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ปิง ภูเขาเป็นภูเขาหินปูน มีป่าเบญจพรรณป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง และป่าทุ่งหญ้า ขึ้นอยู่โดยทั่วไปตามสภาพพื้นที่และความสูงของภูเขาจากระดับน้ำทะเลปานกลางต่างๆ เป็นป่าต้นน้ำของห้วยแม่ตะไคร้ ห้วยแม่ออน ห้วยแม่ทา และห้วยแม่กวง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำปิง</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิอากาศ</strong></p>
<p>            สภาพภูมิอากาศในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ แบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์ และฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-เดือนเมษายน โดยอากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 32 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20 องศาเซลเซียส</p>
<p><strong>พรรณไม้และสัตว์ป่า</strong></p>
<p>            สภาพป่าประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าทุ่งหญ้า โดยมีชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ สัก แดง ประดู่ ยาง จำปี ก่อ ตะแบก ตะเคียน สน มะค่าโมง เต็ง รัง ไผ่ชนิดต่างๆ เป็นต้น และมีพืชชั้นต่ำพวกมอส เฟิน ขึ้นปกคลุมตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้บริเวณป่าดิบเขา</p>
<p>            สัตว์ป่าประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เก้ง กวางป่า กระต่ายป่า ลิง ชะนี เม่น อีเห็น เสือ หมูป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบสัตว์จำพวกนกชนิดต่างๆ เช่น นกกางเขน นกแซงแซว นกหัวขวาน นกขุนทอง อีกา และนกฮูก เป็นต้น</p>
<p><strong>แหล่งท่องเที่ยว</strong></p>

<a href='http://www.nookjung.com/travel/532/006-11' title='อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00610.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/532/001-13' title='อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00111.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/532/002-14' title='อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00211.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/532/003-13' title='อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00311.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/532/004-12' title='อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00410.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/532/005-12' title='อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00510.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ (เชียงใหม่)" /></a>

<p><strong>ภูลังกาหลวง</strong><br />
           มีความสูง 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงเป็นลำดับที่ 5 ของประเทศไทย อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีทุ่งหญ้าปกคลุมยอดเขาเป็นบริเวณกว้าง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ดอกหอมชูจะบานสะพรั่งทุ่งหญ้า เดือนเมษายน-พฤษภาคม ดอกกุหลาบพันปีจะบานชูช่อสวยงาม ต้องเดินทางเท้าเข้าไป 12 กิโลเมตร อาศัยความอดทนและระมัดระวังตลอดเส้นทางอย่างมาก ทั้งนี้ต้องนอนค้างคืน 1 คืนด้วย<br />
กิจกรรม &#8211; แค็มป์ปิ้ง &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; ชมพรรณไม้</p>
<p><strong>จุดชุมทิวทัศน์ กม.6</strong><br />
              อยู่ระหว่างเส้นทางสายแม่ตะไคร้-ห้วยแก้ว จุดที่ 1 ประมาณกิโลเมตรที่ 6 สามารถชมทิวทัศน์ของเทือกเขาที่กั้นระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดลำปาง จุดที่ 2 อยู่ห่างจากจุดที่ 1 ประมาณ 600 เมตร สามารถชมทิวทัศน์ภูเขาเป็นแนวยาว และตัวเมืองเชียงใหม่<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์</p>
<p><strong>น้ำตกแม่ตะไคร้<br />
</strong>             เป็นน้ำตกชั้นเดียวมีความสวยงามแปลกตา การเดินทางเข้าไปชมน้ำตกจะพบกับพันธุ์ไม้ป่ามากมาย เช่น เห็ดป่าสีสันสวยงาม มะม่วงป่า มะไฟป่า รวมถึงดอกไม้ป่าที่สวยงามและมีกลิ่นหอมชวนหลงใหล อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 6 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกตาดเหมย</strong><br />
             เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดของอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ สูงประมาณ 15 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 16 กิโลเมตร ระหว่างทางมีจุดชมทิวทัศน์ซึ่งสามารถมองเห็นทิวเขาในกิ่งอำเภอแม่ออนและอำเภอสันทราย ในช่วงฤดูร้อนที่ฟ้าใสจะมองเห็นไกลไปถึงตัวเมืองลำพูน เชียงใหม่ และดอยสุเทพ เมื่อเดินทางถึงด่านตรวจที่ 3 ต้องเดินเข้าป่าผ่านป่าดิบแล้งซึ่งมีต้นไม้ให้ชมมากมาย เช่น ตะเคียน ยางนา ยางแดง ฯลฯ รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>อ่างเก็บน้ำแม่ตะไคร้<br />
</strong>              เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำจำนวนมาก มีความร่มรื่น ทิวทัศน์สวยงาม และมีเส้นาทงเดินศึกษาธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำ และเขื่อนที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยผาแหน อ่างเก็นน้ำห้วยขมิ้น อ่างเก็บน้ำ ห้วยบง อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตะไคร้ เขื่อนเก็บน้ำแม่กวง เขื่อนห้วยแม่ออน<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ</p>
<p><strong>ถ้ำเมืองออน</strong><br />
             ตั้งอยู่ที่อำเภอสันกำแพง เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ มีปูชนียวัตถุทางพุทธศาสนาอยู่เป็นจำนวนมาก<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา</p>
<p><strong>สถานที่ติดต่อและการเดินทาง<br />
</strong>สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้<br />
ต.ท่าเหนือ อ. กิ่งอำเภอแม่ออน จ. เชียงใหม่ 50130<br />
โทรศัพท์ 0 1951 9019 อีเมล reserve@dnp.go.th<br />
<strong>การเดินทาง<br />
รถยนต์</strong><br />
การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ใช้เส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1006 จากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านอำเภอสันกำแพง ถึงกิ่งอำเภอแม่ออน แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1229 ไปอีก 4 กิโลเมตร จนถึงด่านตรวจที่ 1 เดินทางต่อไปอีก 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางบ้านห้วยแก้ว ประมาณ 800 เมตร จะถึงอ่างเก็บน้ำซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติ</p>
<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก<br />
</strong>สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติ ยังไม่ที่พัก-บริการไว้บริการนักท่องเที่ยว มีแต่สถานที่กางเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติจัดตั้งใหม่ หากสนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวต้องจัดเตรียมเต็นท์และอาหารไปเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/532/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/523</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/523#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2009 05:23:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยอินทนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกวชิรธาร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกสิริภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกแม่กลาง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกแม่ยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=523</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป 
            แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” คำว่า ดอยหลวง หมายถึง ภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาลงไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า “ดอยอ่างกา” เมื่อครั้งที่พื้นที่ป่าไม้ทางภาคเหนือ ยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าผู้ครอบครองนครต่างๆ นั้นในสมัยพระเจ้าอินทรวิชยานนท์เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พระองค์เป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของป่าไม้เป็นอันมาก โดยเฉพาะ “ดอยหลวง” พระองค์มีความหวงแหนเป็นพิเศษ ขณะที่ยังมีพระชนม์อยู่ได้สั่งไว้ว่า หากสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ขอให้แบ่งเอาอัฐิส่วนหนึ่งไปบรรจุไว้บนยอดดอยหลวงด้วย ต่อมาคำว่าดอยหลวงก็ถูกเปลี่ยนเป็น “ดอยอินทนนท์” ตามพระนามของเจ้าผู้ครองนครนั้น และเมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสูงนี้ จะเห็นสถูปบรรจุพระอัฐิของพระเจ้า อินทรวิชยานนท์ประดิษฐานอยู่
           อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความสูงตั้งแต่ 400-2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพป่ามีหลายประเภททั้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา โดยเฉพาะป่าดิบเขาบนยอดดอยสูงสุด นับเป็นธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดนอกจากนี้บนยอดดอยยังพบพืชจากเขตอบอุ่น เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลทั่วไป </strong></p>
<p>            แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” คำว่า ดอยหลวง หมายถึง ภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาลงไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า “ดอยอ่างกา” เมื่อครั้งที่พื้นที่ป่าไม้ทางภาคเหนือ ยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าผู้ครอบครองนครต่างๆ นั้นในสมัยพระเจ้าอินทรวิชยานนท์เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พระองค์เป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของป่าไม้เป็นอันมาก โดยเฉพาะ “ดอยหลวง” พระองค์มีความหวงแหนเป็นพิเศษ ขณะที่ยังมีพระชนม์อยู่ได้สั่งไว้ว่า หากสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ขอให้แบ่งเอาอัฐิส่วนหนึ่งไปบรรจุไว้บนยอดดอยหลวงด้วย ต่อมาคำว่าดอยหลวงก็ถูกเปลี่ยนเป็น “ดอยอินทนนท์” ตามพระนามของเจ้าผู้ครองนครนั้น และเมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสูงนี้ จะเห็นสถูปบรรจุพระอัฐิของพระเจ้า อินทรวิชยานนท์ประดิษฐานอยู่</p>
<p>           อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความสูงตั้งแต่ 400-2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพป่ามีหลายประเภททั้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา โดยเฉพาะป่าดิบเขาบนยอดดอยสูงสุด นับเป็นธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดนอกจากนี้บนยอดดอยยังพบพืชจากเขตอบอุ่น เช่น กุหลาบพันปี บัวทอง ต่างไก่ป่า ฯลฯ และตามหน้าผาพบป่ากึ่งอันไพน์ ซึ่งเป็นสังคมพืชที่หาดูได้ยากในเมืองไทย ดอยอินทนนท์เป็นศูนย์รวมของนกป่าเกือบ 400 ชนิด โดยเฉพาะนกหายากหลายชนิดที่อาศัยในที่สูง เช่น นกปีกแพร นกกระทาดง นกศิวะ ฯลฯ ในจำนวนนี้มีมากกว่า 100 ชนิด ที่เป็นนกอพยพย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยบนดอยอินทนนท์ในช่วงฤดูหนาว หลายชนิดพบได้ยากในพื้นที่อื่น เช่น นกเดินดง นกจับแมลง นกจาบปีกอ่อน นกเขน ฯลฯ</p>
<p>           อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติดอยอินทนนท์และป่าเตรียมการสงวนป่าจอมทอง อำเภอจอมทอง ป่าแม่แจ่ม และป่าแม่ขาน-แม่วาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การสงวนและคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ. 2497 และตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 โดยออกเป็นกฎกระทรวงฉบับที่ 103 (พ.ศ. 2502) ป่าสงวนแห่งชาติดอยอินทนนท์นี้ต่อมาได้ถูกกำหนดให้เป็น 1 ใน 14 ป่า ที่ทางรัฐบาลให้ดำเนินการสำรวจและจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรก ตามนโยบายของรัฐบาลในด้านการอนุรักษ์ การป้องกันและดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ และเพื่อการนำเอาสภาพป่าและสภาพภูมิประเทศต่างๆ ของพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่มาใช้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางด้านธรรมชาติวิทยาและชีววิทยา</p>
<p>          กองบำรุง กรมป่าไม้ ได้มีคำสั่งที่ 119/2508 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 (ขณะนั้นเป็นหมวดอุทยานแห่งชาติ สังกัดกองบำรุง) ให้ นายนิพนธ์ บุญทารมณ์ นักวิชาการป่าไม้ตรีไปทำการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้น และเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2515 นายปรีดา กรรณสูต ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีบัญชาให้ นายอุดม ธนัญชยานนท์ นักวิชาการป่าไม้โท ทำการสำรวจทางเฮลิคอปเตอร์เพื่อจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2515 ปรากฏว่า ป่าดอยอินทนนท์ มีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีสภาพทิวทัศน์และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะสมจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ประกอบกับศูนย์อำนวยการร่วมฝ่ายรักษาความมั่นคงแห่งชาติได้มีหนังสือที่ กห 0312/4757 ลงวันที่ 12 เมษายน 2515 เสนอจอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ ให้กำหนดป่าดอยอินทนนท์เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ และสภาบริหารคณะปฏิวัติได้มีมติเมื่อวันที่ 27 เมษายน2515 อนุมัติหลักการให้ดำเนินการ กรมป่าไม้จึงดำเนินการจัดตั้งบริเวณที่ดินป่าดอยอินทนนท์ ในท้องที่ตำบลบ้านหลวง ตำบลสบเตี้ยะ ตำบลสองแคว ตำบลยางคราม อำเภอจอมทอง ตำบลแม่วิน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 168,750 ไร่ หรือ 270 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 223 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2515 ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 89 ตอนที่ 148 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2515 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 ของประเทศ</p>
<p>           เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จที่บริเวณดอยขุนกลาง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ให้พิจารณาดำเนินการขยายอาณาเขตของอุทยานแห่งชาติออกไปคลุมถึงบริเวณพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำต้นน้ำลำธารเพิ่มขึ้นอีก กรมป่าไม้ได้ทำการตรวจสอบและสำรวจเพิ่มเติม ปรากฎว่า ตามที่กำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติระบุท้องที่ตำบลแม่ศึก ซึ่งมิได้อยู่ในแนวเขตอุทยานแห่งชาติและมิได้ระบุท้องที่ตำบลช่างเคิ่งและตำบลท่าผา ซึ่งอยู่ในแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ดังกล่าว ประกอบกับทางราชการกองทัพอากาศประสงค์ที่จะกันพื้นที่บางส่วนเพื่อก่อสร้างสถานีเรดาร์ เพื่อใช้ในราชการกองทัพอากาศ เนื้อที่ 33 ไร่ 2 งาน 37 ตารางวา และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการได้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2517 อีกทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสงค์ที่จะปรับปรุงแนวขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติออกไป โดยกำหนดป่าสงวนแห่งชาติอินทนนท์ ป่าสงวนแห่งชาติจอมทอง และป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2518 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2518 ได้มีมติเห็นชอบ</p>
<p>            กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ จึงดำเนินการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 3 ป่า จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีพระราชกฤษฎีกำหนดบริเวณป่าดอยอินทนนท์ ในท้องที่ตำบลแม่นาจร ตำบลช่างเคิ่ง ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม ตำบลแม่วิน ตำบลทุ่งปี้ อำเภอสันป่าตอง และตำบลสองแคว ตำบลยางคราม ตำบลบ้านหลวง ตำบลสบเตี้ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 95 ตอนที่ 62 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2521 รวมเนื้อที่ 301,500 ไร่ หรือ 482.40 ตารางกิโลเมตร โดยให้ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 223 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2515</p>
<p>           ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และกิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิประเทศ </strong></p>
<p>         สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นส่วนหนึ่งของแนวเขตเทือกเขาถนนธงชัยที่ทอดตัวตามแนวเหนือ-ใต้ ทอดตัวมาจากเทือกเขาหิมาลัยในประเทศเนปาล มีระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 400-2,565 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยจุดสูงสุดอยู่ที่ยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดในประเทศไทย ยอดเขาที่มีระดับสูงรองลงมา คือ ยอดดอยหัวหมดหลวง สูง 2,330 เมตร ยอดดอยหัวหมดน้อย สูง 1,900 เมตร ยอดดอยหัวเสือ สูง1,881 เมตรจากระดับน้ำทะเล</p>
<p>        ลักษณะโครงสร้างทางธรณีของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์โดยทั่วไป ประกอบด้วยหินที่มีอายุตั้งแต่ยุคแคมเบรียนขึ้นไป และหินส่วนใหญ่จะเป็นหินไนส์และหินแกรนิต ส่วนหินชนิดอื่นๆ ที่พบจะเป็นหินยุคออร์โดวิเชียนซึ่งได้แก่หินปูน จนถึงยุคเทอร์เซียรี่ได้แก่หินกรวดมน</p>
<p>         อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิง ให้กำเนิดแม่น้ำลำธารหลายสาย ที่สำคัญได้แก่ ลำน้ำแม่วาง ลำน้ำแม่กลาง ลำน้ำแม่ยะ ลำน้ำแม่หอย ลำน้ำแม่แจ่ม และลำน้ำแม่เตี๊ยะ ซึ่งลำน้ำเหล่านี้จะไหลผ่านและหล่อเลี้ยงชุมชนต่างๆ ในเขตอำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอฮอด อำเภอแม่วาง และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วไหลลงสู่แม่น้ำปิง</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิอากาศ</strong></p>
<p>         สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดพาเอาความชุ่มชื้นและเมฆฝนเข้ามาทำให้ฝนตก และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดมาจากประเทศจีนจะนำเอาความหนาวเย็นและความแห้งแล้งเข้ามา ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ โดยจะมีฤดูร้อนในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ฤดูฝนในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน และฤดูหนาวในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ สลับกันไป แต่เนื่องจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีความหลากหลายทางด้านระดับความสูง ทำให้ลักษณะอากาศในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยจะมีลักษณะของสภาพอากาศแบบเขตร้อนในตอนล่างของพื้นที่ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลต่ำกว่า 1,000 เมตรลงมา มีสภาพอากาศแบบกึ่งเขตร้อนในบริเวณตอนกลางของพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลระหว่าง 1,000-2,000 เมตร และมีสภาพอากาศแบบเขตอบอุ่นในพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลกว่า 2,000 เมตรขึ้นไป</p>
<p>            ในพื้นที่สูงตอนบนของอุทยานแห่งชาติ โดยทั่วไปแล้วจะมีสภาพที่ชุ่มชื้นและหนาวเย็นตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณยอดดอยอินทนนท์ซึ่งมีลักษณะเป็นสันเขาและยอดเขา จะมีกระแสลมที่พัดแรงและมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นมาก และในช่วงวันที่หนาวจัดในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง 0-4 องศาเซลเซียส และจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้น ที่ระดับกลางของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ สภาพอากาศโดยทั่วไปจะมีลักษณะค่อนข้างเย็นและชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 20 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูหนาวในเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ระหว่าง 15-17 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,000-2,100 มิลลิเมตร/ต่อปี สำหรับในพื้นที่ที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 1,800 เมตรขึ้นไป จะมีสภาพอากาศที่เย็นและชุ่มฉ่ำอยู่ ทั้งนี้เพราะจะเป็นระดับความสูงของเมฆหมอก ทำให้สภาป่ามีเมฆและหมอกปกคลุมเกือบตลอดปี</p>
<p><strong>พรรณไม้และสัตว์ป่า</strong></p>
<p>            สังคมพืชในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์สามารถจำแนกออกเป็น ป่าเต็งรัง พบกระจายทั่วๆไปในพื้นที่รอบๆ อุทยานแห่งชาติในระดับความสูงจากน้ำทะเล 400-750 เมตร ตามเนินเขาหรือสันเขาที่แห้งแล้ง หรือตามด้านลาดทิศตะวันตกและทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติ ชนิดไม้ส่วนใหญ่ประกอบด้วย เต็ง รัง เหียง พลวง ก่อแพะ รกฟ้า รักใหญ่ ยอป่า มะขามป้อม ฯลฯ พืชอิงอาศัยพวกเอื้องแซะ เอื้องมะขาม เอื้องแปรงสีฟัน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีพวกมอส ไลเคน นมตำเลีย เกล็ดนาคราช ฯลฯ ส่วนพืชพื้นล่างจะเป็นไม้พุ่ม หญ้าชนิดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญ้าคา ไม้เถา และพืชล้มลุกชนิดต่างๆ ป่าเบญจพรรณ พบกระจายอยู่ทั่วพื้นที่รอบๆ อุทยานแห่งชาติในชั้นระดับความสูง 400-800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตามที่ลุ่มหรือตามแนวสองฝั่งของลำห้วย พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ สัก ตะแบก ประดู่ แดง มะเกิ้ม สมอไทย กาสามปีก สลีนก กระบก ซ้อ นอกจากนี้ยังมีไผ่ชนิดต่างๆ พืชอิงอาศัย เช่น เอื้องช้างกระ เอื้องขี้หมา ส่วนพืชพื้นล่างส่วนใหญ่จะเป็นพวกไม้พุ่ม หญ้าคา หญ้าแฝก หญ้าชนิดอื่นๆ ไม้เถา และพืชล้มลุกชนิดต่างๆ</p>
<p>            ป่าดิบแล้ง พบกระจายเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยในระดับความสูง 400-1,000 เมตร ตามบริเวณหุบเขา ริมลำห้วย และสบห้วยต่างๆ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยางปาย ยางแดง ยางนา ตะเคียนทอง ก่อเดือย ก่อหยุม ก่อลิ้ม ประดู่ส้ม มะไฟป่า ชมพู่น้ำ ไทรย้อย เดื่อหูกวาง พืชพื้นล่างเป็นพืชที่ชอบขึ้นในที่มีความชื้นสูง เช่น กล้วยป่า หญ้าสองปล้อง เหมือดปลาซิว ตองสาด กระชายป่า ข่าลิง ผักเป็ดไทย ออสมันด้า กูด เฟิน ปาล์ม หวายไส้ไก่ หมากป่า และเขือง เป็นต้น</p>
<p>           ป่าดิบเขาตอนล่าง เป็นป่าที่พบในพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,000-1,800 เมตร หรือในบริเวณตอนกลางของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกทำลายจากชาวเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ทำให้มีป่าที่มีอยู่เป็นป่าที่กำลังฟื้นสภาพ หรือป่ารุ่นใหม่ จะมีป่าดิบเขาดั่งเดิมเหลืออยู่บ้างเพียงเล็กน้อย สภาพโดยทั่วไปของป่าดิบเขาในพื้นที่ดอยอิทนนท์จึงมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับระบบและวิธีการฟื้นฟูของสังคมพืช ชนิดป่าที่พบที่สำคัญได้แก่ ป่าสนล้วน ป่าก่อผสมสน ป่าก่อ และป่าดิบเขาดั่งเดิม พันธุ์ไม้เด่นที่พบได้แก่ สนสามใบ สารภีดอย เหมือดคนตัวผู้ ก่อแป้น ก่อใบเลื่อม กอเตี้ย ก่อแดง ก่อตาหมูหลวง ก่อนก ทะโล้ จำปีป่า กำลังเสือโคร่ง กล้วยฤาษี นมวัวดอย ฯลฯ</p>
<p>          ป่าดิบเขาตอนบน ขึ้นอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,800 เมตรขึ้นไป สามารถแบ่งออกได้เป็น ป่าดงดิบ-ป่าก่อชื้น ป่าดงดิบ เขตอบอุ่น และป่าพรุเขตอบอุ่น สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าที่มีต้นไม้สูงใหญ่ และหลายแห่งจะมีลักษณะของป่าดึกดำบรรพ์ พืชพื้นล่างจะไม่แน่นทึบ ทำให้ตามกิ่ง ยอด และลำต้นของไม้ในป่าจะมีมอส กล้วยไม้ เฟิน กุหลาบพันปี สำเภาแดง ขึ้นปกคลุม พันธุ์ไม้ในป่าดิบเขาหรือป่าก่อชื้นได้แก่ ก่อดาน ก่อแอบ จำปีหลวง แกง นางพญาเสือโคร่ง กะทัง นอกจากนี้ยังมีไม้พุ่มและไม้เกาะเกี่ยวเช่น คำขาว กุหลาบขาว คำแดง และยังมีต้นโพสามหาง กระโถนฤาษี เป็นต้น ในบริเวณแอ่งน้ำและรอบๆ ป่าพรุจะมีหญ้าชนิดต่างๆ ขึ้นอยู่ เช่น บัวทอง พญาดง เทียน ผักหนอกดอย มะ แหลบ วาสุกรี บันดงเหลือง ต่างไก่ป่า กุง กูดขน ฯลฯ และบริเวณชายขอบป่าพรุจะมีกุหลาบพันปีสีแดง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบเฉพาะบนยอดดอยอินทนนท์เท่านั้น</p>
<p>          สัตว์ป่าในบริเวณอุทยานแห่งชาติที่นี้มีจำนวนลดลงไปมาก เนื่องจากถูกชาวเขาเผ่าต่างๆ ล่าเป็นอาหาร และป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยถูกถางลงมาก ทำให้สัตว์ใหญ่บางชนิดหมดไปจากป่านี้ สัตว์ที่เหลืออยู่ส่วนมากเป็นสัตว์ขนาดเล็ก เช่น กระรอก กระแตธรรมดา กระเล็นขนปลายหูสั้น อ้นเล็ก เม่นหางพวง อีเห็นข้างลาย ชะมดแผงสันหางดำ นกแซงแซวเล็กเหลือบ นกปรอดหัวสีเขม่า นกเด้าดินทุ่ง เหยี่ยว เพเรกริน ไก่ฟ้าหลังขาว นกเงือกคอแดง นกพญาไฟสีกุหลาบ กิ้งก่าหัวสีฟ้า จิ้งเหลนเรียวจุดดำ ตุ๊กแกบ้าน งูลายสอคอแดง กบห้วยสีข้างดำ เขียดหนอง อึ่งกราย คางคกเล็ก ปาดแคระฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ยังคงความสำคัญในด้านของการเป็นแหล่งของนกป่าที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นแหล่งของสัตว์ป่าที่หายาก และมีอยู่เฉพาะถิ่นอยู่หลายชนิด ที่สำคัญได้แก่ หนูหญ้าดอย กระท่าง เต่าปูลู นกศิวะหางสีน้ำตาล นกปีกสั้นสีนำเงิน นกกระจิ๊ดคอสีเทา และนกกินปลีหางยาว</p>
<p><strong>แหล่งท่องเที่ยว</strong></p>
<p><strong>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/523/006-10' title='อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0069.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/523/001-12' title='อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00110.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/523/002-13' title='อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00210.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/523/003-12' title='อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/00310.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/523/004-11' title='อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0049.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/523/005-11' title='อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0059.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (เชียงใหม่)" /></a>
</p>
<p></strong></p>
<p><strong>น้ำตกแม่กลาง<br />
</strong>           เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำไหลตลอดปี และมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้เล่นน้ำหลายแห่ง แต่ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำไหลแรงจนอาจเป็นอันตรายต่อการเล่นน้ำ น้ำตกแม่กลางอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติ จากถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ ประมาณ กม.ที่ 8 ก่อนถึงด่านตรวจของอุทยานแห่งชาติ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกแม่กลาง สามารถเดินลัดเลาะตามเส้นทางเดินไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกแม่กลางประมาณ 400 เมตร ผ่านเหมืองฝายและภาพเขียนสีผาคันนา<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; ชมประวัติศาสตร์</p>
<p><strong>น้ำตกแม่ยะ</strong><br />
            อยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำห้วยแม่ยะ ไหลลดหลั่นลงมาถึง 30 ชั้น รวมความสูงประมาณ 260 เมตร จนกล่าวกันว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศ ในช่วงฤดูฝนสายน้ำตกจะแผ่กว้างถึง 100 เมตร ฤดูแล้งปริมาณน้ำอาจลดน้อยลง แต่สายน้ำตกจะใสสะอาดกว่า น้ำตกแม่ยะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เมื่อเข้าสู่ถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ได้ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกสิริภูมิ</strong><br />
             เดิมชื่อ น้ำตกเลาลี ตามชื่อของชาวเขา ซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่อยู่ใกล้น้ำตกนี้ ต่อมา ม.ร.ว.จักรทอง ทองใหญ่ เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขนานนามว่า “สิริภูมิ” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนาง-เจ้าพระบรมราชินีนาถ น้ำตกนี้อยู่ที่บ้านขุนกลาง ใกล้ กม.ที่ 31 ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ เป็นน้ำตก 2 สาย ที่ไหลคู่กันลงมาจากหน้าผาสูงซึ่งสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกวชิรธาร<br />
</strong>             มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า น้ำตกตาดฆ้องโยง เกิดจากลำห้วยแม่กลาง อยู่ประมาณหลักกม.ที่ 22 ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 70-80 เมตร สายน้ำไหลตกจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ในยามที่แสงอาทิตย์ส่องกระทบละอองน้ำจะปรากฏสายรุ้งงดงามขึ้นเหนือธารน้ำ ตรงข้ามมีหน้าผาสูงชัน เรียกว่า “ผามอแก้ว” หรือภายหลังเรียกว่า ผาแว่นแก้ว<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน<br />
</strong>           อยู่ตรง กม.ที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เส้นทางนี้จะผ่านสภาพธรรมชาติที่แตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ ป่าดิบเขากับทุ่งหญ้าบนสันเขา ทางช่วงแรกผ่านเข้าไปในป่าดิบเขาซึ่งมีบรรยากาศร่มครึ้ม มีแสงแดดส่องลงมาเพียงรำไรตามพื้นป่าเต็มไปด้วยเฟินหลากหลายชนิด มีมอสสีเขียวขึ้นคลุมตามโคนต้นไม้และบริเวณริมห้วยที่ชุมชื้น ทางจะเดินขึ้นเขาจนทะลุออกยังทุ่งหญ้าโล่งกว้างของสันกิ่วแม่ปานซึ่งมีแสงแดดจ้าและสายลมแรง ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปจากสภาพที่ผ่านมาทันที ทุ่งหญ้าบริเวณนี้เคยเป็นป่าดิบเขามาก่อน แต่ได้ถูกบุกรุกทำลายไปจนมีสภาพดังเช่นปัจจุบัน จากนี้ทางเดินจะเลียบไปตามสันเขาที่มีดงต้นกุหลาบพันปี รวมทั้งไม้พุ่มขนาดเล็กอย่างช้ามะยมดอยและต่างไก่ป่า ซึ่งเป็นตัวอย่างของสังคมพืชกึ่งอัลไพน์ให้ศึกษา ทางช่วงสุดท้ายจะเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้งและไปสิ้นสุดที่จุดเริ่มต้นของเส้นทาง รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมง เส้นทางนี้อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ผู้สนใจต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมคือ เดือนธันวาคม-มกราคม ส่วนในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม เส้นทางนี้ปิดให้บริการเพื่อให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัว<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ</p>
<p><strong>ยอดดอยอินทนนท์<br />
</strong>            เป็นยอดเขาสูงสุดของประเทศ อากาศบนยอดดอยหนาวเย็นประดุจดังอยู่ในเมืองหนาว ยามฤดูหนาวหนาวจัด มีเมฆหมอกครึ้ม บรรยากาศดัง กล่าวไม่อาจหาได้ในส่วนอื่นของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณ อ่างกาหลวง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นจุดที่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันชวนหลงไหลของป่าดิบเขาได้ง่ายที่สุด ภายในจัดทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 300 เมตร โดยใช้สะพานไม้ทั้งหมด เพื่อป้องกันมิให้เหยียบย่ำธรรมชาติอันเปราะบางเสียหาย เส้นทางจะวนกลับมา ณ จุดเริ่มต้น มีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติตลอดเส้นทาง บรรยากาศในอ่างกาหลวงปกคลุมด้วยเมฆที่ลอยพัดผ่านเข้ามาตลอดเวลา อากาศจึงชื้นและเต็มไปด้วยละอองน้ำ ทำให้ต้นไม้ใหญ่ในป่าดิบเขามีมอสและเฟินขึ้นหุ้มเต็มต้นจนแลดูราวกับป่าในยุคดึกดำบรรพ์ จุดเด่นของเส้นทางนี้ ได้แก่ ต้นกุหลาบพันปีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ กุหลาบพันปีจะบานอวดดอกสีแดงสดดึงดูดให้นกมากินน้ำหวานและช่วยผสมเกสร เช่น นกกินปลีหางยาวเขียว นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้าฯลฯ ส่วนตามโคนต้นกุหลาบพันปีมีข้าวตอกฤาษีขึ้นปกคลุมราวกับพรมธรรมชาติ ข้าวตอกฤาษีเป็นมอสชนิดหนึ่งขึ้นอยู่หนาแน่นมีสีเขียวสลับส้มกับสีน้ำตาลอ่อนๆ มอสชนิดนี้จะขึ้นได้เฉพาะที่สูง ความชื้นมาก และอากาศหนาวเย็นเท่านั้น<br />
นอกจากนี้ในอ่างกาหลวงยังมีพรุน้ำจืดที่อยู่สูงที่สุดของประเทศ ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์เฉพาะถิ่นหายากบางชนิด และเป็นถิ่นอาศัยของนกบนที่สูงจำนวนมากซึ่งสามารถพบเห็นได้ค่อนข้างง่าย เช่น นกศิวะหางสีตาล นกอีแพรดท้องเหลือง นกกะรางหัวแดง นกจับแมลงหน้าผากขาว ฯลฯ ในช่วงฤดูหนาวยังมีนกอพยพย้ายถิ่นนานาชนิดบินมาอาศัย ทำให้ดอยอินทนนท์เป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ บริเวณจุดสูงสุดบนยอดดอยอินทนนท์นี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระสถูปของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้เป็นที่มาของชื่อดอยอินทนนท์แห่งนี้อีกด้วย<br />
กิจกรรม &#8211; ชมพรรณไม้ &#8211; ดูนก &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; ชมประวัติศาสตร์</p>
<p>สถานที่ติดต่อและการเดินทาง<br />
สถานที่ติดต่อ<br />
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์<br />
อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่ 50160<br />
โทรศัพท์ +66 5326 8566 อีเมล reserve@dnp.go.th</p>
<p><strong>การเดินทาง</strong><br />
<strong>รถยนต์<br />
</strong>จากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอสันปาตอง ไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 (จอมทอง-ดอยอินทนนท์) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง) และตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 31</p>
<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก<br />
</strong>ที่พักแรม/บ้านพัก มีบริการบ้านพักให้จอง<br />
สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมเต็นท์และสถานที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง สำหรับอัตราค่าบริการอยู่ระหว่าง 250-800 บาท ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น รายการที่ 1<br />
- เต็นท์ ขนาด 3 คน ราคา 250 บาท/คืน<br />
- เต็นท์โดม ขนาด 5 คน ราคา 400 บาท/คืน<br />
- เต็นท์เคบิน ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน<br />
- เต็นท์ค่าย ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน<br />
แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ที่รองนอน ถุงนอน และชุดสนาม<br />
รายการที่ 2<br />
- เต็นท์ ขนาด 2 คน ราคา 400 บาท/คืน<br />
- เต็นท์โดม ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
- เต็นท์เคบิน ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
- เต็นท์ค่าย ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม<br />
กรณีที่นำเต็นท์ไปกางเอง ต้องเสียค่าบริการสถานที่ 30 บาท/คน/คืน หากไม่มีเครื่องนอนก็ใช้บริการเครื่องนอนและอุปกรณ์สนามของอุทยานฯ มีอัตราค่าบริการเครื่องนอนกรณีนำเต็นท์ไปเอง มีดังนี้<br />
1) ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ถุงนอน ที่รองนอน และชุดสนาม ราคา 150 บาท/ชุด/คืน<br />
2) ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม ราคา 200 บาท/ชุด/คืน<br />
บริการอาหาร มีร้านอาหารไว้บริการ<br />
ร้านขายของที่ระลึก มีของที่ระลึกต่าง ๆ พื้นเมืองสำหรับเป็นของฝากของที่ระลึก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/523/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/514</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/514#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2009 05:42:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยปุย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยสุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยอ้อยช้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกหมอกฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกห้วยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดดอยปุย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสาวรีย์พระครูบาศรีวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=514</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป
          ดอยสุเทพไม่เพียงแต่เป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ที่ประทับช่วงฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทว่าดอยสูงแห่งนี้ยังสมบูรณ์ด้วยสภาพธรรมชาติทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนก ประกอบกับการเดินทางเข้าถึงสะดวก เพราะเชิงดอยอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 6 กิโลเมตร และบนเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอยประมาณ 16 กิโลเมตร ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้เที่ยวชมได้ตลอด
          ดอยสุเทพ เดิมชื่อว่า “ดอยอ้อยช้าง” สำหรับดอยสุเทพที่เรียกกันในปัจจุบันนี้เป็นชื่อที่ได้มาจาก “พระฤาษีวาสุเทพ” ซึ่งเคยบำเพ็ญตบะอยู่ที่เขาลูกนี้เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว แต่เดิมก่อนที่ป่าดอยสุเทพจะได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นป่าหวงห้าม ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 66 ตอนที่ 28 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2492 ต่อมาได้รับการประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 81 ตอนที่ 124 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2507 และได้มีมติคณะรัฐมนตรีประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติพิเศษเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2510 ในขณะเดียวกันกองบำรุง กรมป่าไม้ ได้จัดตั้งสถานีวนกรรมภาคเหนือขึ้นในพื้นที่บริเวณดอยสุเทพเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำการศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับการปลูกป่าในที่สูง การปลูกป่าทดแทนพื้นที่ที่ถูกบุกรุก และการทดลองปลูกพืชพรรณไม้ต่างถิ่น เช่น สน ยูคาลิปตัส และไม้เมืองหนาวอีกหลายชนิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลทั่วไป</strong></p>
<p>          ดอยสุเทพไม่เพียงแต่เป็นที่ตั้งของวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ที่ประทับช่วงฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทว่าดอยสูงแห่งนี้ยังสมบูรณ์ด้วยสภาพธรรมชาติทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนก ประกอบกับการเดินทางเข้าถึงสะดวก เพราะเชิงดอยอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 6 กิโลเมตร และบนเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอยประมาณ 16 กิโลเมตร ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้เที่ยวชมได้ตลอด</p>
<p>          <strong>ดอยสุเทพ</strong> เดิมชื่อว่า<strong> “ดอยอ้อยช้าง”</strong> สำหรับดอยสุเทพที่เรียกกันในปัจจุบันนี้เป็นชื่อที่ได้มาจาก “พระฤาษีวาสุเทพ” ซึ่งเคยบำเพ็ญตบะอยู่ที่เขาลูกนี้เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว แต่เดิมก่อนที่ป่าดอยสุเทพจะได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นป่าหวงห้าม ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 66 ตอนที่ 28 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2492 ต่อมาได้รับการประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 81 ตอนที่ 124 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2507 และได้มีมติคณะรัฐมนตรีประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติพิเศษเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2510 ในขณะเดียวกันกองบำรุง กรมป่าไม้ ได้จัดตั้งสถานีวนกรรมภาคเหนือขึ้นในพื้นที่บริเวณดอยสุเทพเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำการศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับการปลูกป่าในที่สูง การปลูกป่าทดแทนพื้นที่ที่ถูกบุกรุก และการทดลองปลูกพืชพรรณไม้ต่างถิ่น เช่น สน ยูคาลิปตัส และไม้เมืองหนาวอีกหลายชนิด ซึ่งยังคงสภาพอยู่หลายแปลงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติในปัจจุบัน</p>
<p>          ในปี พ.ศ. 2516 ทางราชการได้กำหนดป่าดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ และป่าอื่นๆ ในท้องที่จังหวัดต่างๆ รวม 14 ป่า ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงส่ง นายปัญญา บุญสมบูรณ์ ออกไปดำเนินการสำรวจป่าดอยสุเทพ-ปุย หลังจากนั้นคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติจึงได้มีมติให้กำหนดพื้นที่ที่เป็นป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยกันพื้นที่ของราษฎรออกไป และมีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่า ดอยสุเทพ ในท้องที่ตำบลโป่งแยง ตำบลแม่แรม ตำบลแม่สา ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม ตำบลบ้านปง ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง และตำบล</p>
<p>          ช้างเผือก ตำบลสุเทพ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 57 วันที่ 14 เมษายน 2524 ครอบคลุมพื้นที่ 100,662.50 ไร่ หรือ 161.06 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 24 ของประเทศ</p>
<p>          ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2525 ได้มีพระราชกฤษฎีกาขยายขอบเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ครอบคลุมบริเวณน้ำตกแม่สา น้ำตกตาดหมอก-วังฮาง น้ำตกตาดหมอกฟ้า และพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร โดยรอบของน้ำตกทั้งสามแห่งในพื้นที่ตำบลสบเปิง อำเภอแม่แตง และตำบลแม่แรม ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 62,500 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 163,162.50 ไร่ หรือประมาณ 261.06 ตารางกิโลเมตร โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 99 ตอนที่ 137 วันที่ 26 กันยายน 2525</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิประเทศ<br />
          </strong>ลักษณะของพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในแนวเทือกเขาถนนธงไชยที่สืบเนื่องต่อจากเทือกเขาหิมาลัย ความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 330-1,685 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยมียอดดอยปุยเป็นจุดที่สูงที่สุด นอกจากนี้มียอดเขาต่างที่สูงลดหลั่นกันมา ได้แก่ ยอดดอยสุเทพที่บริเวณสันกู่ สูง 1,601 เมตร ยอดดอยแม่สาน้อย สูง 1,549 เมตร ยอดดอยค่อมร่อง สูง 1,459 เมตร ยอดดอยบวกห้าบริเวณพระตำหนักภุพิงค์ราชนิเวศน์ สูง 1,400 เมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ สูง 1,130 เมตรจากระดับน้ำทะเล สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่อยู่ในเขตอำเภอแม่แตงมีความสูงอยู่ในระหว่าง 400-980 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะโครงสร้างทางธรณีของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยทั่วไปประกอบด้วย หินอัคนี ชนิดที่สำคัญได้แก่ หินแกรนิต นอกจากี้ยังมีหินชั้นและหินแปร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของตัวเมืองเชียงใหม่ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอรอบๆ ได้แก่ อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง อำเภอสะเมิง และอำเภอแม่แตง มีลำห้วยที่สำคัญได้แก่ ห้วยตึงเฒ่า ห้วยแม่หยวก ห้วยแก้ว ห้วยช่างเคี่ยน ห้วยปงน้อย ห้วยแม่เหียะ ห้วยแม่นาไทร และห้วยแม่ปอน เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิอากาศ<br />
          </strong>สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดพาเอาความชุ่มชื้นและเมฆฝนเข้ามาทำให้ฝนตก และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดมาจากประเทศจีนจะนำเอาความหนาวเย็นและความแห้งแล้งเข้ามา ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ โดยจะมีฤดูร้อนในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ฤดูฝนในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน และฤดูหนาวในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ สลับกันไป แต่เนื่องจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยมีความหลากหลายทางด้านระดับความสูงและมีเทือกเขาสลับซับซ้อนสูง ทำให้ลักษณะอากาศในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วสภาพภูมิอากาศในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติมีค่าอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ระหว่าง 2-23 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปีระหว่าง 1,350-2,500 มิลลิเมตร โดยมีจำนวนวันที่ฝนตกเฉลี่ย 139 วัน และมีค่าเฉลี่ยความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยตลอดปีระหว่าง 70-80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับบริเวณที่สูงของอุทยานแห่งชาติ เช่น บริเวณยอดดอยปุย สภาพอากาศโดยทั่วไปจะหนาวเย็นและชุ่มชื้น เนื่องจากได้รับไอน้ำจากเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในพื้นที่อยู่ระหว่าง 10-12 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ในวันที่อากาศหนาวจัด ค่าอุณหภูมิอาจลดลงถึง 4-5 องศาเซลเซียส</p>
<p><strong>พรรณไม้และสัตว์ป่า<br />
          </strong>สังคมพืชในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยสามารถจำแนกออกเป็น</p>
<p><strong>ป่าเต็งรัง</strong> พบกระจายอยู่บริเวณรอบๆ ชายขอบของอุทยานแห่งชาติที่ระดับความสูงระหว่าง 330-850 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตามเนินเขาหรือสันเขาที่แห้งแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านลาดทิศตะวันออกและทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติ พืชพรรณส่วนใหญ่ประกอบด้วย เต็ง รัง เหียง พลวง พะยอม ก่อแพะ ก่อตาหมู รักใหญ่ แข้งกวาง หว้า ฯลฯ พืชอิงอาศัย ได้แก่ เอื้องแซะ เอื้องดอกมะขาม เอื้องแปรงสีฟัน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี มอส ไลเคน นมตำเลีย เกล็ดนาคราช และหญ้าชนิดต่างๆ เป็นต้น</p>
<p><strong>ป่าเบญจพรรณ</strong> พบกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ในชั้นระดับความสูง 330-950 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีไผ่ชนิดต่างๆ ขึ้นปะปนอยู่หลายชนิด พืชพรรณประกอบด้วย สัก ตะแบก ประดู่ มะเกิ้ม สมอไทย กาสามปีก สลีนก กระบก ซ้อ ฯลฯ พืชอิงอาศัยได้แก่ เอื้องช้างกระ เอื้องขี้หมา เป็นต้น</p>
<p><strong>ป่าดิบแล้ง</strong> พบกระจายเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยในชั้นระดับความสูงระหว่าง 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตามบริเวณหุบเขา บริเวณต้นน้ำลำธาร เช่น บริเวณน้ำตกมณฑาธาร น้ำตกสันป่ายาง และห้วยแม่ลวด ฯลฯ ชนิดไม้ที่สำคัญได้แก่ ยางแดง ยางนา ตะเคียนทอง ก่อเดือย ก่อแดง มะไฟป่า เสี้ยวป่าดอกขาว มะเกลือเลือด ฯลฯ พืชพื้นล่างจะเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบความชื้นสูงขึ้นอยู่อย่างแน่นทึบ เช่น กล้วยป่า หมากป่า เขือง หญ้าสองปล้อง เหมือดปลาซิว ตองสาด กระชายป่า ข่าลิง ผักเป็ดไทย ออส มันด้า กูด เฟิน หวายไส้ไก่ เป็นต้น</p>
<p><strong>ป่าดิบเขา</strong> พบในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไปจนถึงบริเวณยอดดอยปุย ต้นไม้ในป่าจะมีพืชเกี่ยวเกาะขึ้นปกคลุมตามลำต้นและเรือนยอดอย่างหนาแน่น ที่สำคัญได้แก่ กล้วยไม้ชนิดต่างๆ ฝอยลม มอส คำขาวหรือกุหลาบพันปีสีขาว ฯลฯ พรรณไม้เด่นที่สำคัญได้แก่ ก่อแป้น ก่อเลือด ก่อนก มณฑาหลวง จำปีป่า สารภีดอย กำลังเสือโคร่ง อบเชย ทะโล้ กำยาน ฯลฯ ในบางแห่งจะมีสนสามใบขึ้นปะปนอยู่ พืชพื้นล่างประกอบด้วยหญ้าคา หญ้าใบไผ่ ม้าสามตอน กูดต้น ขิงป่า ข่าป่า และกระชายป่า เป็นต้น</p>
<p><strong>สัตว์ป่า</strong>ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จัดได้ว่าเป็นทรัพยากรที่อยู่ในสภาพวิกฤติ ทั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและขนาดกลางมีจำนวนลดลงมาก เช่น เก้ง กวางป่า ลิง ชะนี ฯลฯ และสัตว์ขนาดใหญ่บางชนิดได้สูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง และเสือ เป็นต้น</p>
<p>          ปัจจุบันสัตว์ป่าที่ยังคงพบเห็นในพื้นที่ได้แก่ หมูป่า อีเห็นเครือ อีเห็นข้างลาย เม่นหางพวง อ้นเล็ก กระจ้อน กระเล็นขนปลายหูสั้น ค้างคาวมงกุฎเล็ก หนูขนเสี้ยนดอย หนูท้องขาว เต่าปูลู จิ้งจกบ้านหางแบนเล็ก กิ้งก่าหัวแดง งูสายม่านพระอินทร์ งูแส้หางม้าเทา อึ่งกรายหัวเล็ก กบหนอง อึ่งขาคำ และนกนานาชนิดกว่า 300 ชนิด เช่น นกกระจิบหญ้าสีข้างแดง นกกระทาทุ่ง นกกะเต็นน้อย นกกางเขนบ้าน นกกาแวน นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกขุนแผน นกเขาใหญ่ นกจับแมลงคอแดง นกจาบคาหัวสีส้ม นกแซงแซวสีเทา นกเด้าดินทุ่ง นกตบยุงหางยาว นกปรอดทอง นกพญาปากกว้างอกสีเงิน นกหกเล็กปากแดง นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกอีวาบตั๊กแตน นกอีเสือหัวดำ เหยี่ยวนกเขาซิครา เป็นต้น</p>
<p>แหล่งท่องเที่ยว<br />

<a href='http://www.nookjung.com/travel/514/006-9' title='อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0068.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/514/001-11' title='อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0019.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/514/002-12' title='อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0029.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/514/003-11' title='อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0039.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/514/004-10' title='อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0048.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/514/005-10' title='อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0058.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย (เชียงใหม่)" /></a>
</p>
<p> <br />
<strong>พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์<br />
</strong>          เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในด้านความสวยงาม และมีความสำคัญยิ่งคือ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ พระตำหนักแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 บริเวณใกล้ดอยบวกห้า ลักษณะเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทย ภายในบริเวณพระตำหนักได้รักษาสภาพธรรมชาติไว้ รวมทั้งมีการปลูกพันธุ์ไม้ดอกชนิดต่าง ๆ ไว้อย่างสวยงาม พระตำหนักนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 4 กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้จะต้องเป็นช่วงเวลาที่มิได้เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ซึ่งปกติจะปิดในช่วงเวลาตั้งแต่ประมาณกลางเดือนธันวาคม-ต้นเดือนมีนาคม<br />
กิจกรรม : ดูผีเสื้อ ชมทิวทัศน์ ชมพรรณไม้</p>
<p><strong>วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร<br />
</strong>           เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญทางศาสนาและทางประวัติศาสตร์ของนครเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1927 มีบันไดนาคทอดยาวขึ้นไปสู่วัด 306 ขั้น ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจดีย์ทรงมอญ ที่ใต้ฐานพระเจดีย์มีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพมีชื่อเต็มว่า “วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพวรวิหาร” ซึ่งจัดได้ว่าเป็นปูชนียสถานที่แสดงออกถึงศิลปกรรมล้านนาไทยที่สำคัญคู่เมืองเชียงใหม่<br />
กิจกรรม : ชมวัฒนธรรมประเพณี ชมทิวทัศน์ ชมประวัติศาสตร์</p>
<p><strong>อนุสาวรีย์พระครูบาศรีวิชัย<br />
</strong>           นักบุญแห่งล้านนา ซึ่งเป็นบุคคลแรกที่บุกเบิกสร้างถนนขึ้นไปบนดอยสุเทพ เมื่อปี พ.ศ.2477 พระครูบาศรีวิชัย ขณะที่จำพรรษาอยู่ที่วัดศรีโสดา เริ่มชักชวนประชาชนสร้างทางจากเชิงดอยถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ รวมระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร โดยใช้เวลาสร้างประมาณ 6 เดือน ต่อมา ชาวเชียงใหม่จึงได้สร้างอนุสาวรีย์พระครูบาศรีวิชัยไว้เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อสักการะบูชาสืบไป<br />
กิจกรรม : ชมประวัติศาสตร์ ชมวัฒนธรรมประเพณี</p>
<p><strong>สันกู่<br />
</strong>          เมื่อ ปีพ.ศ.2526 หน่วยศิลปากรที่ 4 เชียงใหม่ ได้ขุดแต่งบูรณะซากโบราณสถานสันกู่ การทำงานในครั้งนั้น เป็นไปตามพระประสงค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงทราบฝ่าละอองพระบาทว่า โบราณสถานแห่งนี้ถูกขุดทำลายเป็นเวลานานแล้ว สมควรให้กรมศิลปากรสำรวจและบูรณะให้อยู่ในสภาพที่ดีต่อไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดี<br />
สภาพก่อนการขุดแต่ง เป็นเนินโบราณสถานที่มีต้นไม้หนาแน่น เมื่อขุดลอกดินที่ทับถมออก พบซากเจดีย์และฐานวิหาร ได้ขุดลอกหลุมที่เกิดจากการลักลอบขุดที่ตรงฐานเจดีย์ในระดับความลึก 5.30 เมตร พบโบราณวัตถุในกรุที่สำคัญ ได้แก่ เศียรพระพุทธรูป ศิลปะแบบหริภุญไชย พระพิมพ์ดินเผา ศิลปะแบบหริภุญไชย เศษเครื่องปั้นดินเผาเป็นชิ้นส่วนกระปุกขนาดเล็ก เป็นของจีน สมัยราชวงศ์หมิง (พ.ศ.1911-2187) และการขุดแต่งส่วนอื่น พบเศษเครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งเตาสันกำแพง สันนิษฐาน โบราณสถานสันกู่มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19-22<br />
กิจกรรม : ชมประวัติศาสตร์ ชมพรรณไม้ ดูนก</p>
<p><strong>น้ำตกห้วยแก้ว</strong><br />
          เป็นน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ 10 เมตร เกิดจากลำน้ำห้วยแก้ว อยู่บริเวณเชิงดอยใกล้ทางขึ้นดอยสุเทพ เหนือน้ำตกห้วยแก้วขึ้นไปเล็กน้อย จะเป็น “วังบัวบาน” เป็นสถานที่ที่กล่าวถึงตำนานรักอันอมตะที่ลือชื่อของสาวเหนือ และผาเงิบ ซึ่งอยู่เหนือวังบัวบานประมาณ 100 เมตร ใช้เป็นสถานที่พักผ่อน<br />
บริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เส้นทางน้ำตกห้วยแก้ว วังบัวบาน ผาเงิบ มีนกหลากชนิดที่น่าสนใจ ได้แก่ นกกระรางหัวหงอก นกแซงแซวหางปลา นกเขาเขียว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นจุดชมนกที่น่าสนใจอีกแห่งในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย<br />
กิจกรรม : ดูนก เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกมณฑาธาร</strong><br />
          น้ำตกมณฑาธารหรือน้ำตกสันป่ายาง เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งในเขตอุทยานฯ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 730 เมตร มีทั้งหมด 9 ชั้น โดยมีน้ำตกไทรย้อย เป็นน้ำตกชั้นสูงสุด ที่ไหลมาจากห้วยคอกม้า แล้วไหลไปสมทบกับน้ำตกมณฑาธาร ผ่านผาเงิบ วังบัวบาน น้ำตกห้วยแก้ว ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง ที่มาของน้ำตกนั้นมาจากต้นมณฑา ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น ดอกสีขาว ใบใหญ่ สีเขียวจัด เห็นได้ทั่วไปตามข้างทาง ลักษณะของน้ำที่ตกลงมาแยกออกเป็น 2 สายเล็กๆ แล้วไหลลงสู่แอ่ง ก่อนจะผ่านลานหินลงไปชั้นที่ 1 อยู่ห่างจากน้ำตกห้วยแก้วประมาณ 3 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม : ดูนก เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกแม่สา</strong><br />
           เป็นน้ำตกที่สวยงาม มีน้ำไหลตลอดปี มีทั้งหมด 10 ชั้นแต่ละชั้นห่างกันประมาณ 100-500 เมตร โดยเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนสายแม่ริม-สะเมิง ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกแม่สา เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ทั่วบริเวณ ทำให้สภาพอากาศร่มรื่นเย็นสบายตลอดปี ทำให้ได้รับความนิยมมาก<br />
กิจกรรม : แค็มป์ปิ้ง ดูนก เที่ยวน้ำตก</p>
<p>น้ำตกตาดหมอก<br />
         เป็นน้ำตกขนาดกลาง เกิดจากลำห้วยแม่แรม อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่ริม ประมาณ 5 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายแม่ริม-สะเมิง แล้วแยกไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม : แค็มป์ปิ้ง ดูนก เที่ยวน้ำตก</p>
<p>น้ำตกหมอกฟ้า<br />
         เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งของอุทยานฯ มีน้ำไหลตลอดปี ตั้งอยู่ในเขต อ.แม่แตง โดยเดินทางไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107) ถึงทางแยกบ้านแม่มาลัย อ.แม่แตง เลี้ยวซ้ายตามถนนสายแม่มาลัย-ปาย (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1095) รวมระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร นอกเหนือจากน้ำตกที่สวยงาม ยังมีถ้ำหมอกฟ้า และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ สำหรับผู้ที่รักธรรมชาติด้วย<br />
กิจกรรม : แค็มป์ปิ้ง ดูนก เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>ยอดดอยปุย</strong><br />
            ยอดดอยปุย สูง 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บนยอดดอยปกคลุมด้วยป่าสนเขาผืนใหญ่ และเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ดอยสุเทพและดอยปุยเป็นถิ่นอาศัยของนกมากกว่า 300 ชนิด เช่น ไก่ฟ้าหลังขาว นกกางเขนน้ำหลังดำ นกศิวะปีกสีฟ้า ฯลฯ ในช่วงฤดูหนาวยังมีนกอพยพบินย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยอีกเป็นจำนวนมาก หลายชนิดเป็นนกหายาก โดยเฉพาะนกเขน นกจับแมลงสีคราม นกเดินดงอกลาย นกปีกแพรสีม่วง ฯลฯ สำหรับจุดดูนกที่น่าสนใจจุดอื่นๆ เช่น บริเวณรอบที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตามเส้นทางไปน้ำตกมณฑาธาร เส้นทางไปห้วยคอกม้า และบริเวณสันกู่<br />
กิจกรรม : เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ดูนก</p>
<p><strong>เส้นทางศึกษาธรรมชาติ<br />
</strong>อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีเส้นทางเดินป่า และเส้นทางขับรถ เพื่อใช้ในการศึกษาและชื่นชมความหมายธรรมชาติอยู่มากมาย ที่สำคัญได้แก่<br />
เส้นทางเดินป่าสายศูนย์เกษตรภาคเหนือ-ผาลาด-วัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเส้นทางขึ้นดอยสุเทพสายประวัติศาสตร์ที่ชาวเชียงใหม่สมัยก่อนใช้เดินทางเพื่อขึ้นนมัสการพระธาตุดอยสุเทพในช่วงเทศกาลไว้พระธาตุ เพราะถือว่าจะได้บุญกุศลมากกว่าขึ้นนมัสการโดยรถยนต์<br />
เส้นทางเดินป่าสายน้ำตกมณฑาธาร-ถนนศรีวิชัยตอนบน-ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เป็นเส้นทางเดินเท้าเพื่อชมสภาพป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง (ป่ายางปาย) และเพื่อชมนกป่าที่สำคัญ<br />
เส้นทางเดินป่าบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ-น้ำตกไทรย้อย เพื่อชมสภาพป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น<br />
เส้นทางผาดำ-ห้วยคอกม้า บริเวณหลังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เป็นเส้นทางเดินเท้าเพื่อศึกษาข้อมูลทางด้านนิเวศวิทยาป่าดิบเขา และการจัดการต้นน้ำ<br />
เส้นทางเครือข่ายคมนาคมเชื่อมระหว่างหมู่บ้านชาวเขาต่างๆ เพื่อการท่องเที่ยวโดยรถยนต์เพื่อชื่นชมธรรมชาติของพื้นที่ในใจกลางของอุทยานแห่งชาติ เช่น<br />
- เส้นสำหรับจักรยานเสือภูเขา ช่วงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์-ยอดดอยปุย<br />
- เส้นทางดอยปุย-ขุนช่างเคี่ยน-แม่สาใหม่<br />
- เส้นทางห้วยตึงเฒ่า-ขุนช่างเคี่ยน-แม่สาใหม่<br />
- เส้นทางแม่สาใหม่-ขุนแม่ลวด-ขุนแม่ไน<br />
กิจกรรม : ชมวัฒนธรรมประเพณี ดูนก เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก ขี่จักรยานศึกษาธรรมชาติ ชมพรรณไม้</p>
<p><strong>สถานที่ติดต่อและการเดินทาง</strong><br />
สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย<br />
ถนนศรีวิชัย ต.สุเทพ อ. เมืองเชียงใหม่ จ. เชียงใหม่ 50200<br />
<strong><br />
การเดินทาง</strong><br />
<strong>รถยนต์<br />
</strong>         จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ( สายเอเซีย ) ผ่าน อยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จังหวัดลำปาง แยกซ้ายผ่านจังหวัดลำพูน ถึงตัวเมืองเชียงใหม่ รวมระยะทาง 696 กิโลเมตร<br />
เครื่องบิน<br />
สายการบินที่เปิดให้บริการจากกรุงเทพฯ มาเชียงใหม่ ได้แก่<br />
สายการบินบางกอกแอร์เวย์ โดยมีตารางการบินดังนี้<br />
เที่ยวบินที่ PG600 ทำการบินทุกวัน เวลา 08:10 น. เที่ยวบินที่ PG628 ทำการบินทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 11:10 น. เที่ยวบินที่ PG698 ทำการบินทุกวันพุธและวันอาทิตย์ เวลา 13:10 น.<br />
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร 0 2229 3456 หรือ 0 5327 6176 หรือเว็บไซต์ www.bangkokair.com<br />
สายการบินไทย โดยมีตารางการบินดังนี้<br />
เที่ยวบินที่  TG100, TG120, TG102, TG104, TG112, TG108, TG641, TG126 และ TG124 ทำการบินทุกวัน เที่ยวบินที่ TG106 และ TG110 ทำการบินทุกวันจันทร์ วันอังคาร วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ เที่ยวบินที่ TG309 ทำการบินทุกวันพุธ วันศุกร์ และวันอาทิตย์ เที่ยวบินที่ TG616 ทำการบินทุกวันพฤหัสบดี และวันอาทิตย์ เที่ยวบินที่ TG114 ทำการบินทุกวันจันทร์ วันศุกร์ และวันเสาร์ เที่ยวบินที่ TG923 ทำการบินทุกวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ และวันเสาร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร 0 2545 2678 หรือ 0 5321 1044 &#8211; 7 หรือเว็บไซต์ www.thaiairways.com<br />
จากสนามบินเชียงใหม่ สามารถจ้างเหมารถยนต์โดยสารรับจ้างมาเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้ ในอัตราที่แล้วแต่จะได้ตกลงกันไว้</p>
<p>สิ่งอำนวยความสะดวก<br />
ที่พักแรม/บ้านพัก มีบ้านพักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว<br />
สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมเต็นท์และสถานที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง สำหรับอัตราค่าบริการอยู่ระหว่าง 250-800 บาท ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น รายการที่ 1<br />
- เต็นท์ ขนาด 3 คน ราคา 250 บาท/คืน<br />
- เต็นท์โดม ขนาด 5 คน ราคา 400 บาท/คืน<br />
- เต็นท์เคบิน ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน<br />
- เต็นท์ค่าย ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน<br />
แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ที่รองนอน ถุงนอน และชุดสนาม<br />
รายการที่ 2<br />
- เต็นท์ ขนาด 2 คน ราคา 400 บาท/คืน<br />
- เต็นท์โดม ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
- เต็นท์เคบิน ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
- เต็นท์ค่าย ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม<br />
กรณีที่นำเต็นท์ไปกางเอง ต้องเสียค่าบริการสถานที่ 30 บาท/คน/คืน หากไม่มีเครื่องนอนก็ใช้บริการเครื่องนอนและอุปกรณ์สนามของอุทยานฯ มีอัตราค่าบริการเครื่องนอนกรณีนำเต็นท์ไปเอง มีดังนี้<br />
1) ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ถุงนอน ที่รองนอน และชุดสนาม ราคา 150 บาท/ชุด/คืน<br />
2) ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม ราคา 200 บาท/ชุด/คืน<br />
ค่ายเยาวชน มีค่ายพักเยาวชน จำนวน 4 หลัง ให้บริการบริเวณน้ำตกหมอกฟ้า<br />
ที่จอดรถ มีที่จอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว<br />
บริการอาหาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้จัดเตรียมร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง<br />
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ ซึ่งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะเปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ นอกจากนี้ยังมีบริการห้องสมุด และฉายสไลด์แก่ผู้ที่สนใจอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ตามศูนย์บริการที่ได้จัดไว้ จำนวน 4 ศูนย์ ได้แก่<br />
1. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (น้ำตกมณฑาธาร)<br />
2. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (ครูบาศรีวิชัย)<br />
3. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (น้ำตกแม่สา)<br />
4. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (น้ำตกหมอกฟ้า)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/514/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/505</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/505#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2009 04:57:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยเวียงผา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกดอยเวียงผา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกป่าซ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกห้วยทรายขาว]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=505</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป
           คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2532 กำหนดให้ปี พ.ศ. 2532-2535 เป็นปีแห่งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และต่อมารัฐมนตรีมีนโยบายที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ของชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ไว้ในลักษณะของอุทยานแห่งชาติ ต่อมาส่วนอุทยานแห่งชาติ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ของส่วนอุทยานฯ มาสำรวจและจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มนำแม่ฝางท้องที่ตำบลศรีดงเย็น ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ ท้องที่ตำบลแม่ข่า ตำบลแม่คะ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย ท้องที่ตำบลป่าแดด ตำบลศรีถ้อย ตำบลท่าก๊อ จังหวัดเชียงราย โดยใช้ชื่อว่า &#8220;อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา&#8221; มีเนื้อที่ประมาณ 455.9 ตารางกิโลเมตร หรือ 284,937.5 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศ
          อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เทือกเขาวางตัวในเแนวทิศเหนือ – ใต้ เป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดเชียงใหม่ – เชียงราย มียอดดอยสูงสุดคือ ดอยเวียงผา มีความสูง 1,834 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธารและแหล่งกำเนิดของลำห้วยใหญ่ๆ ที่สำคัญ โดยเฉพาะเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำฝาง และสาขาหนึ่งของน้ำแม่ลาว เช่น ห้วยแม่ฝางหลวง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลทั่วไป</strong></p>
<p>           คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2532 กำหนดให้ปี พ.ศ. 2532-2535 เป็นปีแห่งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และต่อมารัฐมนตรีมีนโยบายที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ของชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ไว้ในลักษณะของอุทยานแห่งชาติ ต่อมาส่วนอุทยานแห่งชาติ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ของส่วนอุทยานฯ มาสำรวจและจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มนำแม่ฝางท้องที่ตำบลศรีดงเย็น ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ ท้องที่ตำบลแม่ข่า ตำบลแม่คะ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย ท้องที่ตำบลป่าแดด ตำบลศรีถ้อย ตำบลท่าก๊อ จังหวัดเชียงราย โดยใช้ชื่อว่า &#8220;อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา&#8221; มีเนื้อที่ประมาณ 455.9 ตารางกิโลเมตร หรือ 284,937.5 ไร่</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิประเทศ</strong><br />
          อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เทือกเขาวางตัวในเแนวทิศเหนือ – ใต้ เป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดเชียงใหม่ – เชียงราย มียอดดอยสูงสุดคือ ดอยเวียงผา มีความสูง 1,834 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธารและแหล่งกำเนิดของลำห้วยใหญ่ๆ ที่สำคัญ โดยเฉพาะเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำฝาง และสาขาหนึ่งของน้ำแม่ลาว เช่น ห้วยแม่ฝางหลวง ห้วยแม่ฝางน้อย น้ำแม่ยางมิ้น</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิอากาศ</strong><br />
         สภาพภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา โดยทั่วไปประกอบด้วย 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ระหว่างช่วงเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม โดยจะมีฝนตกหนักในช่วงเดือน กันยายน ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงอากาศเย็นสบายเหมาะสำหรับเดินทางมาท่องเที่ยว ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งจะเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 11.8 องศาเซลเซียส และสูงสุด 36.3 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน</p>
<p><strong>พรรณไม้และสัตว์ป่า</strong><br />
          สภาพป่าประกอบด้วย ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ซึ่งป่าแต่ละชนิดเหล่านี้จะอยู่กระจัดกระจายทั่วไป ในเขตอุทยานแห่งชาติตามระดับความสูงของพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ สัก ยาง ประดู่ ตะแบก เต็ง รัง จำปีป่า สนสามใบ ก่อชนิดต่างๆ มอส เฟิน กล้วยไม้ นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและหายากของเมืองไทยอาทิ เช่น มณฑาดอย กุหลาบพันปี กายอม ซึ่งสามารถพบเห็นได้บนยอดดอยเวียงผา</p>
<p>         เนื่องจากสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ และขึ้นผสมปะปนกันอยู่หลายชนิด ตลอดจนระดับความสูงของพื้นที่ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 300-1,834 เมตร จึงทำให้เกิดแหล่งอาหารและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ประกอบด้วย เก้ง หมูป่า เลียงผา เสือไฟ หมีควาย เม่น กระต่ายป่า ลิง อีเห็น กระรอก กระแต และนกนานาชนิด เช่น นกกงเขนดง นกพญาไฟ นกโพระดก นกกินปลี นกหัวขวาน ไก่ป่า และที่สำคัญยังสามารถพบเห็นสลาแมนเดอร์ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งเป็นดัชนีวัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ</p>
<p><strong>แหล่งท่องเที่ยว</strong></p>

<a href='http://www.nookjung.com/travel/505/006-8' title='อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0067.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/505/001-10' title='อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0018.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/505/002-11' title='อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0028.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/505/003-10' title='อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0038.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/505/004-9' title='อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0047.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/505/005-9' title='อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0057.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เชียงใหม่)" /></a>

<p><strong>น้ำตกห้วยทรายขาว<br />
</strong>        เป็นน้ำตกขนาดเล็ก เกิดจากลำห้วยทรายขาว มี 3 ชั้น มีแอ่งน้ำให้ลงเล่นได้ มีน้ำมากเฉพาะฤดูฝน อยู่ห่างที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 300 เมตร<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกดอยเวียงผา</strong><br />
       เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 18 เมตร เกิดจากลำห้วยแม่ทะลบอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 8 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ</p>
<p><strong>น้ำตกแม่ฝางหลวง<br />
</strong>         เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 10 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี สามารถเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ วผ. 1 (หัวฝาย) ประมาณ 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านมูเซอแม่ฝางหลวง การเดินทางสะดวก<br />
กิจกรรม &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>จุดชมวิวดอยเวียงผา<br />
</strong>        ชมความงามของธรรมชาติ ทิวเขา ในยามเช้าและยามเย็นในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นและมีหมอกในตอนเช้า เป็นความงามที่น่าสัมผัส อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ วผ.1 (หัวฝาย) ประมาณ 30 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; เดินป่าระยะไกล</p>
<p><strong>น้ำตกป่าซ้อ<br />
</strong>         ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านมูเซอ ท้องที่หมู่ที่ 4 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลตลอดปี<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกห้วยหก</strong><br />
         ตั้งอยู่บริเวณป่าทางทิศใต้ของหมู่บ้านห้วยหก ท้องที่หมู่ที่ 4 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำไหลตลอดปี สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณและป่าไผ่<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>สถานที่ติดต่อและการเดินทาง<br />
</strong>สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา<br />
ตู้ ปณ. 14 ปณจ.ไชยปราการ อ. ไชยปราการ จ. เชียงใหม่ 50320 อีเมล reserve@dnp.go.th</p>
<p><strong>การเดินทาง<br />
รถยนต์</strong><br />
จากจังหวัดเชียงใหม่ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 ไปทางอำเภอไชยปราการ ถึงกิโลเมตรที่ 125 บ้านแม่ขิหล่ายฝาง เลี้ยวขวาไปตามทางอีก 12 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา<br />
รถโดยสารประจำทาง<br />
มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ &#8211; เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทรศัพท์ 0-2537-8055 และที่เชียงใหม่ 0-5324-1449,0-5324-2664<br />
จากตัวเมืองเชียงใหม่ มีรถสายเชียงใหม่-ฝาง ออกจากสถานีขนส่งช้างเผือกทุกครึ่งชั่วโมง ลงที่หน้าตลาดบ้านท่า อำเภอไชยปราการ จากนั้นติดต่อเหมารถต่อไปยังที่ทำการอุทยานฯ อีกประมาณ 12 กิโลเมตร</p>
<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก</strong><br />
ห้องสุขารวม/ห้องอาบน้ำ มีห้องสุขารวม/ห้องอาบน้ำ ไว้ให้บริการ สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติ ยังไม่ที่พัก-บริการไว้บริการนักท่องเที่ยว มีแต่สถานที่กางเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติจัดตั้งใหม่ หากสนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวต้องจัดเตรียมเต็นท์และอาหารไปเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/505/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่)</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/497</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/497#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 04:51:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยผาตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกทุ่งแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกปางตอง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกศรีสังวาลย์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติเชียงดาว]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงดาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=497</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป
        อุทยานแห่งชาติเชียงดาว เป็นแนวเทือกเขาติดต่อจากดอยเชียงดาวและดอยผาแดง เป็นป่าผืนเดียวกันกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว และอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งรวมเรียกว่า ป่าทางด้านเหนือของประเทศ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำปิงและแม่แตง เรียกว่า ขุนน้ำปิงและขุนน้ำแม่แตง อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเชียงดาว ท้องที่อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ท้องที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่น่าสนใจ คือ น้ำตกศรีสังวาลย์ น้ำตกปางตอง น้ำรูนิเวศน์ ถ้ำแกลบ ถ้ำตับเตา บ่อน้ำร้อนโป่งอาง ดอยผาตั้ง ดอยผาแดง จุดชมทิวทัศน์ยอดดอย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 721,825 ไร่ หรือ 1,154.92 ตารางกิโลเมตร
          สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของอุทยานแห่งชาติเชียงดาว ประชาชนรู้จักและคุ้นเคยกับสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาวมาก่อน อีกทั้งเป็นชื่อของอำเภอเชียงดาว ในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อเสียง รู้จักกันแพร่หลาย มีจุดเด่นทางธรรมชาติหลายแห่ง เช่น ถ้ำ น้ำตก จุดชมวิว เป็นต้น กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งที่ 475/2532 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2532 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลทั่วไป</strong></p>
<p>        <strong>อุทยานแห่งชาติเชียงดาว</strong> เป็นแนวเทือกเขาติดต่อจากดอยเชียงดาวและดอยผาแดง เป็นป่าผืนเดียวกันกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว และอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งรวมเรียกว่า ป่าทางด้านเหนือของประเทศ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำปิงและแม่แตง เรียกว่า ขุนน้ำปิงและขุนน้ำแม่แตง อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเชียงดาว ท้องที่อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ท้องที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่น่าสนใจ คือ น้ำตกศรีสังวาลย์ น้ำตกปางตอง น้ำรูนิเวศน์ ถ้ำแกลบ ถ้ำตับเตา บ่อน้ำร้อนโป่งอาง ดอยผาตั้ง ดอยผาแดง จุดชมทิวทัศน์ยอดดอย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 721,825 ไร่ หรือ 1,154.92 ตารางกิโลเมตร</p>
<p>          สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของอุทยานแห่งชาติเชียงดาว ประชาชนรู้จักและคุ้นเคยกับสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาวมาก่อน อีกทั้งเป็นชื่อของอำเภอเชียงดาว ในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อเสียง รู้จักกันแพร่หลาย มีจุดเด่นทางธรรมชาติหลายแห่ง เช่น ถ้ำ น้ำตก จุดชมวิว เป็นต้น กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งที่ 475/2532 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2532 ให้นายโชดก จรุงคนธ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 กองอุทยานแห่งชาติ ไปดำเนินการสำรวจเบื้องต้น ในบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาว ท้องที่อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และได้มีการสำรวจเพิ่มเติม ตามคำสั่งกรมป่าไม้ที่ 1627/2532 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2532 เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามนัยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และหน่วยงานอุทยานแห่งชาตินี้ได้ขออนุมัติใช้ชื่ออุทยานแห่งชาติตามหนังสืออุทยานแห่งชาติที่ กษ. 0713 (ชด)/9 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2533 ว่า อุทยานแห่งชาติเชียงดาว ซึ่งอธิบดีกรมป่าไม้ (นายไพโรจน์ สุวรรณกร) ให้อนุมัติให้ใช้ชื่อ “อุทยานแห่งชาติเชียงดาว” เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2533 ทั้งนี้เพราะเป็นชื่อป่าสงวนแห่งชาติ และอำเภอเชียงดาว ซึ่งประชาชนรู้จักกันดี</p>
<p>          ในคราวประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ประชุมครั้งที่ 1/2538 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2538 มีมติเห็นชอบ ให้กรมป่าไม้ดำเนินการสำรวจเพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเชียงดาว โดยเสนอร่างพระราชกฤษฎีกา กำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือ ที่ นร 0204/5718 ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2543 ยืนยันมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณป่าเชียงดาว ในท้องที่ตำบลเมืองนะ ตำบลทุ่งข้างพวง ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว ตำบลเปียงหลวง ตำบลแสนไห บลเวียงแหง อำเภอเวียงแหง และป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ในท้องที่ตำบลหนองบัว ตำบลศรีดงเย็นอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น และสำนักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีนำร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินดังกล่าวให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2543 ขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายเพื่อประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายตามหนังสือที่ นร 0204/14602 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2543 ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 117 ตอนที่ 98 ก วันที่ 2 พฤศจิกายน 2543</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิประเทศ</strong></p>
<p>    สภาพโดยทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ภูเขาทางด้านตะวันออกส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินชั้น มีดอยที่สำคัญได้แก่ ดอยถ้ำแกลบ ดอยหัวโท ดอยขุนห้วยไซ ดอยผาแดง ดอยถ้ำง๊อบ ดอยด่านฟาก เป็นต้น ภูเขาทางด้านตะวันตกส่วนใหญ่ เป็นเขตที่มีผืนป่าใหญ่ปกคลุมอยู่มีดอยที่สำคัญได้แก่ ดอยกำพร้า ดอยปุกผักกา ดอยเหล็กจี ดอยสันกิ่วคมพร้า ดอยกิ่วฮูลม ดอยถ้วย ดอยยางกลอ เทือกเขาตอนกลางระหว่างห้วยแม่จกถึง บ้านหนองเขียวแนวเหนือ-ใต้ เป็นที่ราบลุ่มที่มีความสูงไม่มาก มีดอยถ้ำยุง ดอยขุนเป้า เป็นต้น พื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลระหว่าง 400-1,800 เมตร มียอดเขาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มีความสูงสุดของพื้นที่ได้แก่ ดอยปุกผักกา มีความสูง 1,794 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง</p>
<p>ลักษณะภูมิอากาศ<br />
         อุทยานแห่งชาติเชียงดาวเป็นบริเวณที่มีฝนตกชุก เพราะอยู่ในแนวทางที่มีร่องอากาศพาดผ่าน โดยได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ภูมิอากาศโดยทั่วไปอากาศค่อนข้างจะร้อนในฤดูร้อนจะหนาวเย็นในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 7.5 องศาเซลเซียส และเฉลี่ยสูงสุด 26.7 องศาเซลเซียส ฝนตกชุกในฤดูฝน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีประมาณ 1,838.5 มิลลิเมตร โดยเดือนสิงหาคมจะมีฝนตกมากที่สุด ลักษณะอากาศที่ผิดปกติ ไม่มีภัยธรรมชาติร้ายแรงมากนัก ยกเว้นในช่วงฤดูฝนมักมีลมแรงจัด ในช่วงฝนตกหนัก มีลูกเห็บตกตามมา ทำลายผลไม้ให้เสียหายได้ และอาจมีน้ำไหลบ่าด้วยความรวดเร็ว มีปริมาณน้ำมากทำความเสียหายแก่เส้นทางคมนาคมในเขตพื้นที่หรือบริเวณใกล้เคียง</p>
<p><strong>พรรณไม้และสัตว์ป่า<br />
          </strong>เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายชนิด ชนิดป่าประกอบด้วย ป่าไม่ผลัดใบ ได้แก่ ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบเขา ป่าสนเขา พันธุ์ไม้ที่สำคัญคือ จำปีป่า ยาง ตะเคียน สมอพิเภก อบเชย ทะโล้ ไม้สนเขา ไม้เหียง ไม้พลวง ป่าผลัดใบ ได้แก่ เบญจพรรณ ป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่สำคัญคือ ประดู่ แดงตะแบก ยอป่า เสลา ยมหิน ไผ่เวก ไผ่ป่า หญ้าชนิดต่างๆ เต็ง รัง ติ้ว แต้ว สมอไทย กระโดนฯลฯ</p>
<p>          ป่าแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เพราะเป็นป่าผืนเดียวกับป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว สัตว์ป่าที่สำคัญประกอบด้วย กวางผา เก้ง หมูป่า วัวแดง กระทิง เม่น ค่าง อีเห็น กระรอก กระแต นกนานาชนิด สัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น กบชนิดต่างๆ คางคก อึ่งอ่าง เขียด ฯลฯ ส่วนใหญ่พบตามลุ่มน้ำ</p>
<p><strong>แหล่งท่องเที่ยว</strong></p>

<a href='http://www.nookjung.com/travel/497/006-7' title='อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0066.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/497/001-9' title='อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0017.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/497/002-10' title='ออุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0027.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="ออุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/497/003-9' title='อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0037.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/497/004-8' title='อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0046.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/497/005-8' title='อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0056.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติเชียงดาว (เชียงใหม่)" /></a>

<p>น้ำตกศรีสังวาลย์<br />
         เป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลาง มีความกว้างประมาณ 10 &#8211; 12 เมตร มีความสูงประมาณ 10 &#8211; 15 เมตร มีน้ำตก 3 ชั้น ไหลลงเป็น 3 ช่วง เกิดจากขุนน้ำนาหวาย สภาพทั่วไปบริเวณน้ำตกมีพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่บ้าง ตอนต้นน้ำพื้นที่ใกล้เคียงถูกแผ้วถางป่า ป่าโปร่งมีป่าไผ่แทรกอยู่บ้าง ตอนท้ายของน้ำตกยังมีสภาพดีอยู่ น้ำตกนี้อยู่ที่บ้านนาหวาย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ห่างจากทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1178 ตอนเมืองงาย-บ้านนาหวาย ประมาณ 150 เมตร แยกที่ กม. 24.5 อยู่ห่างจากอำเภอเชียงดาวประมาณ 35 กิโลเมตร การคมนาคมสะดวกสบาย<br />
กิจกรรม &#8211; แค็มป์ปิ้ง &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p>น้ำตกปางตอง<br />
          เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ซ่อนตัวอยู่ในป่ามีลักษณะเด่นสวยงามเฉพาะตัว เกิดจาก ลำน้ำขุ่นแม่งาย น้ำจะไหลลงจากเขาลอดลงรูไปใต้ดินระยะทางประมาณ 50 &#8211; 60 เมตร แล้วไหลออกจากรูลง หน้าผาเป็นน้ำตกกว้างประมาณ 10 เมตร มี 3 ชั้น 2 ช่วง บริเวณน้ำตกมีสภาพป่าเป็นธรรมชาติเป็นป่าดงดิบ มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่นอยู่ห่างจากถนนสายป้ายแม่จา-เปียงหลวง บริเวณ กม.ที่ 20 การคมนาคมสะดวกทุกฤดู<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>ถ้ำแกลบ</strong><br />
         เป็นถ้ำขนาดกลางเกิดจากเขาหินภายในถ้ำ มีความกว้างประมาณ 10 เมตร มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พื้นล่างเป็นทางน้ำไหลออกมาภายในถ้ำไหลออกทางหน้าถ้ำระยะทางเดินเข้าไปเท่าที่สำรวจได้ประมาณ 500 เมตร ผนังถ้ำด้านข้างตลอดทางมีลักษณะเป็นชั้นยื่นออกมาทั้งสองด้าน สันนิษฐานว่าเป็นลักษณะรางน้ำที่น้ำกัดเซาะจนแยกออกจากกันเป็นร่องน้ำ ผนังด้านบนมีหินงอกหินย้อย สวยงามสลับกันไป ด้านหน้าถ้ำเป็นพื้นที่ราบ ส่วนบนภูเขาใกล้เคียงมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บริเวณนี้อยู่ห่าง ถ้ำอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 (เชียงใหม่-อำเภอฝาง) ตรง กม ที่ 99 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งห่างจากบ้านห้วยจะด่าน ประมาณ 60 เมตร<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา</p>
<p>ถ้ำตับเตา<br />
         อยู่ตรงบริเวณบ้านตับเตา หน้าถ้ำเป็นวัดป่ามีอายุประมาณ 40-50 ปีขึ้นไป ลักษณะถ้ำเป็นถ้ำที่มีขนาดเล็กกว่าถ้ำเชียงดาว จากการสำรวจด้านที่ติดกับเขามีลำห้วยไหลผ่านเข้าไปในเขตวัดน้ำใสสะอาดตลอดปี มีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ สภาพป่าบริเวณใกล้เคียง สมบูรณ์มาก การคมนาคมสะดวกทุกฤดูกาล การเดินทางแยกตรง กม. ที่ 118 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) และมีถนนตรงไปถึงบริเวณวัดประมาณ 3 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา</p>
<p><strong>ดอยผาตั้ง<br />
</strong>          เป็นเขาหินสูงที่มีลักษณะเด่นในตัวคือ เป็นแท่งกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่มีความสวยงาม อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 93 ของทางหลวางแผ่นดินหมายเลขที่ 170 สายเชียงใหม่ &#8211; ฝาง ระยะทางเข้าไปถึงประมาณ 300 เมตร<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา</p>
<p><strong>ดอยผาแดง</strong><br />
          ถ้ำแกลบเป็นเขาหินสูงเรียงตัวกันไปมา ทำให้เกิดจุดเด่นเฉพาะมีลักษณะเป็นทิวทัศน์มีความสวยงาม อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 98 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์</p>
<p><strong>บ่อน้ำร้อนโป่งอ่าง</strong><br />
          เป็นบ่อน้ำร้อนขนาดเล็ก มีแก๊ส กำมะถัน และควันไอน้ำระเหยขึ้นมา มีน้ำไหลตลอดปี น้ำมีอุณหภูมิสูง 70-80 องศาเซลเซียส บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ในบริเวณทางเข้าหมู่บ้านบริเวณโป่งอ่าง แยก กม. 22 ของถนนเมืองงาย-บ้านนาหวาย ห่างจากทางแยกประมาณ 2 กิโลเมตร ตรงบริเวณนี้มีนกหลายชนิดชุกชุม ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; อาบน้ำแร่</p>
<p><strong>จุดชุมวิวยอดดอย</strong><br />
          อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 45 เส้นทางลาดยาง แม่จา-เปียงหลวง บริเวณนี้เป็นพื้นที่สวนป่าของหน่วยจัดการต้นน้ำขุนคอง ส่องอนุรักษ์ต้นน้ำ สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ทั้งสองเขต คือ ทางด้านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดอยเชียงดาวและเขตอุทยานแห่งชาติเชียงดาว<br />
กิจกรรม &#8211; ดูดาว &#8211; แค็มป์ปิ้ง &#8211; ชมทิวทัศน์</p>
<p><strong>จุดชุมวิวยอดดอยถ้วย</strong><br />
          อยู่ทางตอนเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งยอดดอยถ้วยนี้เป็นจุดต้นน้ำลำห้วยแม่น้ำปิง ซึ่งเรียกว่า “ขุนปิง” สภาพป่าอุดมสมบูรณ์อากาศเย็นสบาย สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามทั้งในเขตประเทศไทย และทิวเขาในเขตประเทศพม่า โดยเริ่มการเดินทางจากบ้านเมืองนะ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ไปตามสันเขาถึงบริเวณฐานยอดดอยถ้วย ระยะทางเดินเท้าประมาณ 10 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์</p>
<p><strong>ขุนน้ำรู<br />
</strong>         ต้นกำเนิดแม่น้ำปิง มีลักษณะเป็นธารน้ำเล็กๆ ไหลออกมาจากภูเขา ชาวบ้านเชื่อว่าต้นน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนฤดูทำนาทุกปีจะจัดพิธีไหว้และพิธีบวชป่าชุมชนขึ้นที่นี่<br />
กิจกรรม &#8211; ชมวัฒนธรรมประเพณี</p>
<p><strong>น้ำตกทุ่งแก้ว</strong><br />
         เป็นน้ำตกหินปูนอีกแห่งหนึ่งที่มีความสวยงามพอสมควร สูงประมาณ 15 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 8 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>ถ้ำลม<br />
</strong>          สาเหตุที่เรียกว่า “ถ้ำลม” เนื่องจากทางลงไปในถ้ำจะมีลมเข้ามาปะทะบางเบาพอให้รู้สึกตัวตลอดเวลา ทำให้อากาศภายในถ้ำโปร่งและเย็นสบาย ถ้ำลม เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ภายในถ้ำแบ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ 5-6 ห้องโถง แต่ละห้องโถงอยู่ห่างกันประมาณ 30-40 เมตร มีหินงอกหินย้อยลักษณะสวยงามแปลกตา ระยะทางเดินภายในถ้ำประมาณ 1,500 เมตร ในฤดูฝนจะมีธารน้ำไหลมีความลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ถ้ำลมอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1178 ประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าหมู่บ้านเมืองนะเหนืออีก 19 กิโลเมตร จากนั้นเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร ถึงปากทางเข้าถ้ำลม<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>ถ้ำผาชัน</strong><br />
          เป็นถ้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา</p>
<p><strong>ถ้ำดอยกลางเมือง</strong><br />
          เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ลึกประมาณ 1 กิโลเมตร ทางเข้าถ้ำเป็นหน้าผาสูง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 22 กิโลเมตร โดยเดินทางไปที่บ้านเมืองนะ แล้วเดินเท้าไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมง<br />
กิจกรรม &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ &#8211; เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา</p>
<p><strong>สถานที่ติดต่อและการเดินทาง</strong><br />
สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติเชียงดาว<br />
ต.เมืองนะ อ. เชียงดาว จ. เชียงใหม่ 50170<br />
โทรศัพท์ (6653) 261466 อีเมล reserve@dnp.go.th</p>
<p><strong>การเดินทาง รถยนต์</strong><br />
ปัจจุบันการคมนาคมได้รับการพัฒนาการก่อสร้างทางถนนเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้การเดินทางไปตามจุดต่างๆ สะดวกรวดเร็วขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดให้ท้องที่เชียงใหม่เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ดังนี้<br />
• เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ช่วงถนนที่อยู่ติดเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ได้แก่ ช่วงบ้านปิงโค้ง (กม.83) อำเภอเชียงราย-แยกเข้าบ้านตับเตา (กม.118) อำเภอไชยปราการ<br />
• เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1178 ตอนแยกเมืองงาย กม. 79 บ้านนาหวาย กม. 24 ระยะทาง 24 กิโลเมตร และจากบ้านนาหวาย กม. ที่ 24 &#8211; บ้านเมืองนะ ระยะทางประมาณ 34 กิโลเมตร ใช้งานได้ทุกฤดูกาล<br />
• ถนน กปร. กลาง ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เข้าบ้านห้วยจะด่าน (แยก กม. ที่ 99 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107)</p>
<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก<br />
</strong>ที่พักแรม/บ้านพัก มีบ้านพักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว<br />
สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมเต็นท์และสถานที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต็นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต็นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง สำหรับอัตราค่าบริการอยู่ระหว่าง 250-800 บาท ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น รายการที่ 1<br />
- เต็นท์ ขนาด 3 คน ราคา 250 บาท/คืน<br />
- เต็นท์โดม ขนาด 5 คน ราคา 400 บาท/คืน<br />
- เต็นท์เคบิน ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน<br />
- เต็นท์ค่าย ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน<br />
แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ที่รองนอน ถุงนอน และชุดสนาม<br />
รายการที่ 2<br />
- เต็นท์ ขนาด 2 คน ราคา 400 บาท/คืน<br />
- เต็นท์โดม ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
- เต็นท์เคบิน ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
- เต็นท์ค่าย ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน<br />
แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม<br />
กรณีที่นำเต็นท์ไปกางเอง ต้องเสียค่าบริการสถานที่ 30 บาท/คน/คืน หากไม่มีเครื่องนอนก็ใช้บริการเครื่องนอนและอุปกรณ์สนามของอุทยานฯ มีอัตราค่าบริการเครื่องนอนกรณีนำเต็นท์ไปเอง มีดังนี้<br />
1) ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ถุงนอน ที่รองนอน และชุดสนาม ราคา 150 บาท/ชุด/คืน<br />
2) ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม ราคา 200 บาท/ชุด/คืน<br />
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยว<br />
สามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 &#8211; 16.30 น.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/497/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติขุนขาน (เชียงใหม่)</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/492</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/492#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 04:29:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ขุนขาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้ำหลวงแม่สาบ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกห้วยตาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผาสามหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติขุนขาน]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=492</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป
        อุทยานแห่งชาติขุนขานอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง และป่าแม่แจ่ม ท้องที่ตำบลแม่สาบ ตำบลบ่อแก้ว ตำบลสะเมิงเหนือ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง และตำบลบ้านจันทร์ ตำบลแม่นาจาร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 442,500 ไร่ หรือ 708 ตารางกิโลเมตร
      จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ ได้ทำการสำรวจและพิจารณาแล้วเห็นว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีสภาพธรรมชาติอันสวยงาม มีน้ำตก หน้าผา ถ้ำ หลายแห่งเหมาะสมให้กรมป่าไม้ทราบและพิจารณา กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่งที่ 934/2536 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2536 ให้นายสุรศักดิ์ วุฒิอิ่น ตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ส่วนอุทยานแห่งชาติ มาดำเนินการสำรวจจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติขุนขาน”
        การดำเนินการสำรวจจัดตั้งอุทยานแห่งชาติขุนขาน ได้ดำเนินการสำรวจมีเนื้อที่ประมาณ 442,500 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง และป่าแม่แจ่ม ท้องที่ตำบลแม่สาบ ตำบลบ่อแก้ว ตำบลสะเมิงเหนือ ตำบลสะเมิงใต้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลทั่วไป</strong></p>
<p><strong>        อุทยานแห่งชาติขุนขานอยู่</strong>ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง และป่าแม่แจ่ม ท้องที่ตำบลแม่สาบ ตำบลบ่อแก้ว ตำบลสะเมิงเหนือ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง และตำบลบ้านจันทร์ ตำบลแม่นาจาร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 442,500 ไร่ หรือ 708 ตารางกิโลเมตร</p>
<p><strong>      จังหวัดเชียงใหม่</strong> โดยสำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ ได้ทำการสำรวจและพิจารณาแล้วเห็นว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีสภาพธรรมชาติอันสวยงาม มีน้ำตก หน้าผา ถ้ำ หลายแห่งเหมาะสมให้กรมป่าไม้ทราบและพิจารณา กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่งที่ 934/2536 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2536 ให้นายสุรศักดิ์ วุฒิอิ่น ตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ส่วนอุทยานแห่งชาติ มาดำเนินการสำรวจจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติขุนขาน”</p>
<p>        การดำเนินการสำรวจจัดตั้งอุทยานแห่งชาติขุนขาน ได้ดำเนินการสำรวจมีเนื้อที่ประมาณ 442,500 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง และป่าแม่แจ่ม ท้องที่ตำบลแม่สาบ ตำบลบ่อแก้ว ตำบลสะเมิงเหนือ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิงและตำบลบ้านจันทร์ ตำบลแม่นาจาร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ รายงานให้ ส่วนอุทยานแห่งชาติและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2538 ที่ประชุมพิจารณาเห็นว่า พื้นที่บริเวณที่สำรวจจัดตั้งทับซ้อนกับพื้นที่ที่กำลังมีปัญหาร้องเรียนเกี่ยวกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติภาคเหนือ 13 แห่ง จึงได้มีมติที่ประชุม “ให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติขุนขานไปดำเนินการแก้ไข ปัญหาราษฎรร้องเรียนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 13 แห่ง ทับซ้อนพื้นที่ทำกินของราษฎรก่อน”</p>
<p>      หัวหน้า<strong>อุทยานแห่งชาติขุนขาน</strong> ได้เข้าร่วมดำเนินการพิจารณาแก้ไขปัญหาเดือดร้อนของราษฎร ของคณะกรรมการตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาโดยตลอด จนถึง ปี พ.ศ. 2540 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540 เห็นชอบผลการเจรจากลุ่มปัญหาป่าไม้และที่ดิน กรณีป่าอนุรักษ์ภาคเหนือ (เขตอุทยานแห่งชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1) จำนวน 19 แห่ง ซึ่งปรากฏว่าไม่มีรายชื่ออุทยานแห่งชาติขุนขานอยู่ในข้อเรียกร้องแล้ว สำหรับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ได้ดำเนินการประชุมชี้แจง แก่สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จำนวน 6 ตำบล รวมทั้งทำการเดินสำรวจกันเขตที่อยู่อาศัย และที่ทำกินของราษฎรออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน สมาชิก อบต. และร่วมกันกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติ พร้อมปรับลดพื้นที่ให้เหมาะต่อการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติในอนาคต ทำให้ขนาดของพื้นที่ลดลงเหลือเนื้อที่ประมาณ 248,125 ไร่</p>
<p>       ในปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติต่อไป</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิประเทศ<br />
        </strong>พื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนขานตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 18 องศา 46 ลิปดา ถึง 19 องศา 02 ลิปดาเหนือ และลองติจูดที่ 98 องศา 23 ลิปดา ถึง 98 องศา 49 ลิปดาตะวันออก อาณาเขตทิศเหนือจด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสะเมิง ท้องที่ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ทิศใต้จดพื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติออบขาน ท้องที่ตำบลบ่อแก้ว ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่ม ท้องที่ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทิศตะวันออกจด เขตอำเภอแม่ริม ท้องที่ตำบลโป่งแยง ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทิศตะวันตกจด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่ม ท้องที่ตำบลแม่แดด ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนโดยทั่วไป มีความสูงตั้งแต่ 500-1,708 เมตรจากระดับน้ำทะเล ยอดเขาที่สุงที่สุดคือ ยอดดอยปุงเกี้ย สูง 1,708 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำแม่ขาน และแม่น้ำแม่แจ่ม แม่น้ำทั้ง 2 สาย ไหลลงสู่แม่น้ำปิง</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิอากาศ<br />
       </strong>สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยโดยทั่วไป 23 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,380 มิลลิเมตร</p>
<p><strong>พรรณไม้และสัตว์ป่า    </strong>สภาพป่าของอุทยานแห่งชาติ ประกอบไปด้วยป่า 5 ชนิด คือ<br />
<strong>ป่าดิบเขา</strong> พบตามภูเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไป บริเวณตอนบนของพื้นที่และบริเวณเทือกเขาแบ่งเขตอำเภอสะเมิงกับอำเภอแม่แจ่ม พันธุ์ไม้ที่พบมากได้แก่ ก่อ สนสามใบ ทะโล้ ตุ้มเต๋น มะขามป้อม จำปี มะส้าน สารภีป่า นมนาง เป็นต้น<br />
<strong>ป่าดิบแล้ง</strong> พบทั่วไปบริเวณหุบเขาและริมลำห้วยในระดับความสูง 600-1,000 เมตร พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ได้แก่ ยาง ตะเคียน มะม่วงป่า ลำไยป่า มะไฟ มะเดื่อ เป็นต้น<br />
<strong>ป่าสนเขา</strong> พบตามยอดเขาโดยทั่วไปที่ระดับความสูง 700-1,300 เมตร พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ได้แก่ สนสองใบ สนสามใบ ก่อ รัก รัง เหียง เป็นต้น<br />
<strong>ป่าเบญจพรรณ</strong> พบทางทิศตะวันออกของพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่ขึ้นได้แก่ สัก เติม สมอไทย เส้า แดง ประดู่ เสี้ยว มะแฟน ซ้อ เป็นต้น<br />
<strong>ป่าเต็งรัง</strong> พบมากโดยทั่วไปบริเวณภูเขาที่ไม่สูงมากนัก พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ได้แก่ เต็ง รัง เหียง พลวง สนสองใบ มะกอก เส้า เสี้ยว เป็นต้น</p>
<p><strong>สัตว์ป่า</strong>ที่มีมาก ได้แก่ เก้ง หมูป่า ไก่ป่า เม่น หมาไน หมาจิ้งจอก นิ่ม ตุ่น กระรอก กระต่ายป่า บ่าง ค้างคาว อีเห็น พังพอน เป็นต้น ที่มีน้อยได้แก่ ลิง ชะนี เสือ เลียงผา นกกก เป็นต้น</p>
<p>แหล่งท่องเที่ยว</p>

<a href='http://www.nookjung.com/travel/492/003-8' title='อุทยานแห่งชาติขุนขาน (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0036.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติขุนขาน (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/492/001-8' title='อุทยานแห่งชาติขุนขาน (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0016.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติขุนขาน (เชียงใหม่)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/492/002-9' title='อุทยานแห่งชาติขุนขาน (เชียงใหม่) '><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0026.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติขุนขาน (เชียงใหม่)" /></a>

<p><strong>จุดชมทิวทัศน์ป่าสะเมิง</strong> กม.24-25<br />
บริเวณริมถนนสายสะเมิง-แม่ริม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 24 &#8211; 25 ท้องที่ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์</p>
<p><strong>ถ้ำหลวงแม่สาบ</strong><br />
      อยู่ท้องที่บ้านแม่สาบ ตำบลสะเมิง อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นถ้ำขนาดกลาง ลึกประมาณ 150 เมตร มีสองชั้นหลายคูหา ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยและบัลลังก์หินสวยงาม<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา</p>
<p><strong>น้ำตกห้วยตาด</strong><br />
     อยู่ท้องที่บ้านขุนสาบใต้ ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นน้ำตกขนาดกลางมีจำนวน 2 ชั้น สูงประมาณ 10 และ 30 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกห้วยแม่นาเปอะ<br />
</strong>    อยู่ท้องที่บ้านอมลอง ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นน้ำตกขนาดกลางมีจำนวน 7 ชั้น สูงประมาณ 5 &#8211; 15 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี<br />
กิจกรรม &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>จุดชมทิวทัศน์ป่าแม่แจ่ม</strong> กม.36-55<br />
        อยู่บริเวณสองข้างถนนสายสะเมิง &#8211; วัดจันทร์ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 36 &#8211; 55 ถนนช่วงดังกล่าวลัดเลาะไปตามสันเขา เขตติดต่ออำเภอสะเมิงและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์</p>
<p><strong>ผาสามหน้า</strong><br />
       อยู่ท้องที่บ้านสบผาหลวง ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหน้าผาบนยอดเขา สูง 1,253 เมตร มีลักษณะเป็นหน้าผาอยู่สามด้าน มีเลียงผาอาศัยอยู่บนผานี้ด้วย<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์</p>
<p><strong>เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ</strong><br />
ริมถนนสายสะเมิง-วัดจันทร์ หลักกิโลเมตรที่ 18 ท้องที่บ้านแม่ขาน ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ มีน้ำอุ่นผุดจากใต้ดินอยู่กลางลำน้ำแม่โต๋ อุณหภูมิของน้ำ 38 องศาเซลเซียส ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ จำนวน 1 เส้น เริ่มจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ผ่านป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าสนสองใบ ถึงสบน้ำแม่โต๋ &#8211; น้ำแม่บ่อแก้ว แล้วขึ้นตามลำน้ำแม่บ่อแก้วผ่านต้นตะเคียนใหญ่ ตามลำน้ำมีแก่งหินและออบขนาดเล็ก ไปสิ้นสุดที่บ่อน้ำอุ่น นอกจากนี้ยังมีน้ำตกขนาดเล็ก หน้าผาอยู่อีกหลายแห่ง<br />
กิจกรรม &#8211; แค็มป์ปิ้ง &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ</p>
<p><strong>สถานที่ติดต่อและการเดินทาง</strong><br />
สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติขุนขาน<br />
สำนักงานบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 16 ถ.เจริญประเทศ อ. เมืองเชียงใหม่ จ. เชียงใหม่ 50000<br />
โทรศัพท์ (053) 818348 โทรสาร (053)818348 อีเมล reserve@dnp.go.th</p>
<p><strong>การเดินทาง</strong><br />
<strong>รถยนต์<br />
</strong>การเดินทางเข้าสู่พื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนขาน เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ สามารถเดินทางไปได้ 2 เส้นทาง ดังนี้<br />
• ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 สายเชียงใหม่ &#8211; ฝาง ระยะทาง 16 กิโลเมตร ถึงอำเภอแม่ริม แยกซ้ายมือไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1096 สายแม่ริม &#8211; สะเมิง ระยะทาง 35 กิโลเมตร ถึงที่ว่าการอำเภอสะเมิง เดินทางต่อไปตามถนน รพช. สายสะเมิง – บ้านวัดจันทร์ ระยะทาง 18 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนขาน<br />
• ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-แม่สะเรียง ระยะทาง 10 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอหางดง แยกขวามือไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1296 ระยะทาง 48 กิโลเมตร ถึงที่ว่าการอำเภอสะเมิง เดินทางต่อไปตามถนน รพช. สายสะเมิง – บ้านวัดจันทร์ ระยะทาง 18 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนขาน</p>
<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก<br />
</strong>- ห้องสุขาชาย มีห้องสุขาชายให้บริการ<br />
- ห้องสุขาหญิง มีห้องสุขาหญิงให้บริการ<br />
- สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ มีพื้นที่กางเต็นท์ พร้อมห้องน้ำ-ห้องสุขารวม ไว้ให้บริการ ท่านสามารถนำเต็นท์มากางเอง หรือติดต่อขอใช้บริการเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีค่าบริการอยู่หลายอัตราขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ รายละเอียดเกี่ยวกับที่พักเต็นท์ขอให้ติดต่อสอบถามกับอุทยานแห่งชาติโดยตรง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/492/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/482</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/482#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 04:22:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกขุนกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกปางสา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกห้วยแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกห้วยแม่ซ้าย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกโป่งพระบาท]]></category>
		<category><![CDATA[ลำน้ำกก]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=482</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป
        อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอแม่จัน อำเภอเมือง อำเภอแม่สรวย และอำเภอมาลาว จังหวัดเชียงราย โดยได้รวมพื้นที่วนอุทยาน 4 แห่ง ได้แก่ วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว-บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม และวนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท
        พื้นที่วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว-บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมและวนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีอาณาเขตใกล้เคียงกันและมีสภาพธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์แต่การบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงทำให้ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการขยายตัวของชุมชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคเหนือ
        กรมป่าไม้จึงได้มีการสำรวจพื้นที่วนอุทยานต่างๆ ดังกล่าวรวมทั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ข้างเคียง โดยเริ่มดำเนินการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นในพื้นที่เมื่อเดือนมกราคม 2544 และกรมป่าไม้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกมาควบคุมพื้นที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก เมือเดือนกรกฎาคม 2544 และในปีงบประมาณ 2545 กรมป่าไม้ได้จัดแผนงานและงบประมาณดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติลำน้ำกกรวมทั้งอนุมัติการก่อสร้างชุดอาคารสำนักงาน ณ บริเวณที่ตั้งที่ทำการหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยหมากเลี่ยม ท้องที่ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยได้รับการอนุมัติให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวจากกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2545
          พื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก ประมาณ 458,110 ไร่ หรือ 732.98 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ ตำบลป่าตึง ตำบลแม่จัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลทั่วไป</strong></p>
<p><strong>        อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก</strong> ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอแม่จัน อำเภอเมือง อำเภอแม่สรวย และอำเภอมาลาว จังหวัดเชียงราย โดยได้รวมพื้นที่วนอุทยาน 4 แห่ง ได้แก่ วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว-บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม และวนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท</p>
<p>        พื้นที่วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว-บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมและวนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีอาณาเขตใกล้เคียงกันและมีสภาพธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์แต่การบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงทำให้ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการขยายตัวของชุมชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคเหนือ</p>
<p>        กรมป่าไม้จึงได้มีการสำรวจพื้นที่วนอุทยานต่างๆ ดังกล่าวรวมทั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ข้างเคียง โดยเริ่มดำเนินการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นในพื้นที่เมื่อเดือนมกราคม 2544 และกรมป่าไม้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกมาควบคุมพื้นที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก เมือเดือนกรกฎาคม 2544 และในปีงบประมาณ 2545 กรมป่าไม้ได้จัดแผนงานและงบประมาณดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติลำน้ำกกรวมทั้งอนุมัติการก่อสร้างชุดอาคารสำนักงาน ณ บริเวณที่ตั้งที่ทำการหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยหมากเลี่ยม ท้องที่ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยได้รับการอนุมัติให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวจากกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2545</p>
<p>          พื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก ประมาณ 458,110 ไร่ หรือ 732.98 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ ตำบลป่าตึง ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน ตำบลท่าสุด ตำบลนางแล ตำบลแม่ยาว ตำบลห้วยชมภู ตำบลดอยฮาง ตำบลบ้านดู่ ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมือง ตำบลวาวี ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย และตำบลโป่งแพร่ ตำบลดงมะดะ ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว มีอาณาเขตทิศเหนือจดทางหลวงแผ่นดินสายแม่จัน-แม่อาย ท้องที่ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ทิศใต้จดทางหลวงแผ่นดินสายเชียงราย-แม่สรวย และบ้านโป่งฟูเฟือง ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ทิศตะวันออกจดท้องที่ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน ตำบลท่าสุด ตำบลนางแล ตำบลดอยฮาง และตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมือง ตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ทิศตะวันตกจดตำบลแม่ยาว ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง และตำบลแม่สรวย ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย</p>
<p>ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติต่อไป</p>
<p>ลักษณะภูมิประเทศ<br />
        ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชันสลับกับที่ราบแคบๆ บริเวณหุบเขาเป็นหย่อมเล็กๆ ตอนเหนือและตอนใต้ของพื้นที่เป็นที่สูงลาดต่ำลงมาตอนกลางจะเป็นที่ราบลุ่มน้ำสลับกับร่องเขา มีระดับความสูงตั้งแต่ 500-1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเล มียอดดอยช้างเป็นดอยที่สูงที่สุด ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาที่สำคัญในพื้นที่ได้แก่ ดอยยาว ดอยบ่อ ดอยช้าง ดอยผามูบ เป็นต้น มีแม่น้ำกกซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภาคเหนือตอนบนไหลผ่านที่ราบลุ่มตอนกลางของพื้นที่ โดยต้นน้ำเริ่มมาจากประเทศพม่าไหลผ่านเขตประเทศไทยที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงราย จากทางทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก รวมระยะทางจากตำบลท่าตอนถึงพื้นที่อุทยานแห่งชาติประมาณ 85 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีลำน้ำในพื้นที่อีกหลายสายที่เกิดจากต้นน้ำในเทือกเขาต่างๆ ในพื้นที่อันได้แก่ ห้วยแม่กรณ์ ห้วยแม่มอญ ห้วยย่าดี ห้วยชมภู ห้วยส้าน ห้วยแม่ซ้าย และห้วยเลาอ้าย ซึ่งลำห้วยต่างๆ เหล่านี้จะไหลไปรวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่และไหลไปรวมกับแม่น้ำลาวและน้ำแม่กกซึ่งเป็นแม้น้ำสายสำคัญของจังหวัดเชียงราย</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิอากาศ<br />
        </strong>พื้นที่จังหวัดเชียงรายตั้งอยู่ในเขตมรสุม ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู อย่างชัดเจน คือ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 38 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั่งแต่เดือนมิถุนายน-เดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนตั้งแต่ ปี พ.ศ.2534 &#8211; 2543 เฉลี่ยประมาณ 1,629 มิลลิเมตรต่อปี และฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีอุณหภูมิต่ำสุด เฉลี่ยประมาณ 5 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยมีหมอกตลอดฤดูหนาว</p>
<p><strong>พรรณไม้และสัตว์ป่า</strong> ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก สามารถจำแนกสังคมพืชออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่</p>
<p>      <strong>ป่าดิบเขา</strong> พบที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 800 เมตร ขึ้นไป ในบริเวณยอดดอยช้าง วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ พันธุ์ไม้และพืชพื้นล่าง ได้แก่ ก่อก้างด้าง ก่อพวง ก่อเดือย ก่อสีเสียด พญาไม้ ขุนไม้ มะขามป้อมดง เมื่อย จันทร์ทอง จำปีป่า เมี่ยงดอย กุหลาบขาว คำแดง ก่วมแดง โคลงเคลงขน จุกนารี กำลังช้างสาร กุหลาบหิน ข่าคม กระเจียวขาว เฟิน ฯลฯ ป่าดิบแล้ง พบได้ในระดับความสูง 300 &#8211; 600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในบริเวณที่เป็นหุบเขาและริมห้วย พันธุ์ไม้และพืชพื้นล่าง ได้แก่ ยางแดง กระบาก ตะเคียนหิน เคี่ยมคะนอง คอแลน กระเบากลัก พลับพลาข่อยหนาม กระดูกค่าง ชมพู่ป่า หวายขม เครืองูเห่า ปัดแดง กล้วยดงดำ เฟิน ผักเบี้ยดิน หญ้ากาบไผ่ ลดาวัลย์ และเถายั้งดง เป็นต้น ป่าเบญจพรรณ พบขึ้นปกคลุมพื้นที่มากที่สุด ในระดับความสูง 50 &#8211; 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล พันธุ์ไม้และพืชพื้นล่าง ได้แก่ สัก กระพี้เขาควาย รกฟ้า ตะแบกเลือด ซ้อ สมอไทย ขะเจ๊าะ เปล้าหลวง มะกอกป่า ไผ่ซางนวล ไผ่ป่า ไผ่ไร่ ไผ่รวก กระชาย กลอย ขมิ้น ฯลฯ ป่าเต็งรัง พบกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ตั้งแต่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 400 &#8211; 600 เมตร ขึ้นไป พันธุ์ไม้และพืชพื้นล่าง ได้แก่ เต็ง รัง พลวง เหียง กราด แสลงใจ มะขามป้อม ไผ่เพ็ก โจด ฯลฯ</p>
<p><strong>         สัตว์ป่า</strong>ที่สำรวจพบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกกมีเหลืออยู่น้อยมาก เท่าที่สำรวจพบ ได้แก่ เก้ง หมูป่า อีเห็น เม่นหางพวง ลิ่นกระต่ายป่า กระรอกท้องแดง กระแตธรรมดา กระจ้อน หนูท้องขาว นกตะขาบทุ่ง นกกางเขนบ้าน นกกระปุดใหญ่ นกขมิ้นน้อยธรรมดา นกแซงแซวหางปลา นกปรอดสวน เหยี่ยวนกเขา นกเขาใหญ่ ตะกวด กิ้งก่าหัวสีแดง งูเขียวหางไหม้ งูสิง งูสามเหลี่ยม งูเห่า กบ เขียด คางคกบ้าน และปาด เป็นต้น<br />
<strong>แหล่งท่องเที่ยว</strong></p>

<a href='http://www.nookjung.com/travel/482/006-6' title='อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0065.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/482/001-7' title='อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0015.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/482/002-8' title='อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0025.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/482/003-7' title='อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0035.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/482/004-7' title='อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0045.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/482/005-7' title='อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0055.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เชียงราย)" /></a>

<p><strong>น้ำตกขุนกรณ์</strong><br />
        อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 34 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีธารน้ำที่ใสสะอาดไหลตลอดปีโดยที่ปราศจากตะกอนหินปูน มีความสูงกว่า 70 เมตร เส้นทางเดินขึ้นสู่น้ำตกขุนกรณ์มีโขดหินและแก่งต่างๆ ซึ่งมีความสวยงามรายรอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด สภาพป่าโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับการพักหย่อนใจ<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p>น้ำตกห้วยแก้ว<br />
         อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 25 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตกตามถนนสายเชียงราย-สี่แยกบ้านเด่นห้า เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำน้ำห้วยแก้วไหลลงสู่ห้วยโป่งน้ำร้อน และไหลลงสู่แม่น้ำกก ตัวน้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป ชั้นที่ 1 มีความสูงประมาณ 30 เมตร ชั้นที่ 2 เป็นชั้นที่สูงที่สุดคือ ประมาณ 40 เมตร และชั้นที่ 3 มีความสูงประมาณ 10 เมตร พื้นที่โดยรอบมีพรรณไม้นานาชนิดที่หายากและแปลกตา นกนานาชนิดที่ส่งเสียงร้องเรียกให้เข้าไปค้นหาและสัมผัส น้ำไหลตลอดปี<br />
กิจกรรม &#8211; ชมพรรณไม้ &#8211; ดูนก &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p>น้ำตกโป่งพระบาท<br />
          อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายไปทางทิศเหนือตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 110 (เชียงราย-แม่จัน) ระยะทาง 14 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีลักษณะแก่งหิน ธารน้ำใสฟูขาวสะอาด ภายใต้สภาพอากาศอันร่มรื่น สถานที่โดยรอบประกอบด้วยพรรณไม้สวยงาม เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนและเที่ยวชมความงามทางธรรมชาติ<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกห้วยแม่ซ้าย<br />
</strong>         เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำน้ำห้วยแม่ซ้ายที่มีน้ำไหลในปริมาณที่สม่ำเสมอตลอดปี น้ำตกแห่งนี้มี 2 ชั้น มีความสูงประมาณ 15 เมตร และ 20 เมตร ตามลำดับ แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป และสามารถสัมผัสได้กับทัศนียภาพและความร่มรื่นของธรรมชาติโดยรอบของน้ำตกได้อีกในบรรยากาศหนึ่ง<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกปางสา</strong><br />
        มีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ชั้นที่สูงที่สุดประมาณ 70 เมตร พื้นที่รอบๆ น้ำตกมีความสวยงามไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด สภาพป่าโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เหมาะสำหรับการศึกษาและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นอย่างมาก<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม<br />
</strong>     อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 20 กิโลเมตร บ่อน้ำร้อนแห่งนี้เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่เกิดจากความร้อนใต้พิภพที่มีน้ำร้อนผุดขึ้นมาตลอดเวลา เป็นที่นิยมนำไข่ไปแช่ ใช้เวลานานประมาณ 30 นาที ไข่จะมีรสชาติมันและอร่อยกว่าไข่ต้มธรรมดา และบริเวณโดยรอบมีทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำกกมีสถานที่กางเต็นท์พักแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการค้างแรม<br />
กิจกรรม &#8211; แค็มป์ปิ้ง &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; อาบน้ำแร่</p>
<p><strong>บ่อน้ำร้อนโป่งฟูเฟือง</strong><br />
       ซึ่งห่างจากแยกทางหลวงแผ่นดินสายแม่สรวย-เชียงราย ประมาณ 1.8 กิโลเมตร บ่อน้ำร้อนโป่งฟูเฟืองซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 2 บ่อ และมีอุณหภูมิสูงประมาณ 75 องศาเซลเซียส<br />
กิจกรรม &#8211; อาบน้ำแร่</p>
<p><strong>ล่องแพลำน้ำกก</strong><br />
        ล่องแพลำน้ำกกเป็นแม่น้ำที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงรายที่ไหลทอดยาวไปตามพื้นที่ราบเชิงเขาจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก โดยมีจุดเริ่มต้นจากบ้านท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงราย ไหลผ่านตัวเมืองเชียงรายแล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำโขง ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีระยะทางจากตำบลท่าตอน ถึงอำเภอเมืองเชียงราย ประมาณ 80 กิโลเมตร<br />
กิจกรรม &#8211; ล่องแพ/ล่องเรือ</p>
<p><strong>สถานที่ติดต่อและการเดินทาง<br />
</strong>สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก<br />
ตำบลดอยฮาง อ. เมืองเชียงราย จ. เชียงราย 57000 อีเมล reserve@dnp.go.th</p>
<p><strong>การเดินทาง รถยนต์<br />
</strong>     จากจังหวัดเชียงรายไปตามถนนเชียงราย &#8211; สี่แยกบ้านเด่นห้า ผ่านหน้าค่ายเม็งรายมหาราชเข้าสู่ตำบลดอยฮาง จนถึงบ้านผาเสริฐ ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติบริเวณห้วยหมากเลี่ยมอีก 1.5 กิโลเมตร หรือจะล่องมาตามลำน้ำกกด้วยเรือหางยาวหรือแพจากสะพานลำน้ำกกในตัวเมืองเชียงราย ถึงบริเวณห้วยหมากเลี่ยม ประมาณ 20 กิโลเมตร</p>
<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก<br />
</strong>สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติ ยังไม่ที่พัก-บริการไว้บริการนักท่องเที่ยว มีแต่สถานที่กางเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติจัดตั้งใหม่ หากสนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวต้องจัดเตรียมเต็นท์และอาหารไปเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/482/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)</title>
		<link>http://www.nookjung.com/travel/474</link>
		<comments>http://www.nookjung.com/travel/474#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 04:16:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้ำนางพญาปางดินไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกผาเกล็ดนาค]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกวังแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตกแม่เหยี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติดอยหลวง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.nookjung.com/travel/?p=474</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลทั่วไป
        อุทยานแห่งชาติดอยหลวง มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เชียงราย ลำปาง และพะเยา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ได้ยกฐานะมาจากวนอุทยานน้ำตกจำปาทอง วนอุทยานน้ำตกผาเกล็ดนาค วนอุทยานน้ำตกปูแกง และวนอุทยานน้ำตกวังแก้ว รวม 4 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน มีสภาพธรรมชาติและจุดเด่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 731,250 ไร่ หรือ 1,170 ตารางกิโลเมตร
       กองอุทยานแห่งชาติได้มีหนังสือ ที่ กส 0708/3430 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2524 เสนอกรมป่าไม้ เพื่อขอยกฐานะวนอุทยานน้ำตกจำปาทอง วนอุทยานน้ำตกผาเกล็ดนาค อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา และวนอุทยานน้ำตกปูแกง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกันและอยู่ในป่าเทือกเขาดอยหลวงด้วยกันเป็นอุทยานแห่งชาติดอยหลวง โดยได้มีคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 1578/2524 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2524 ให้ นายธวัชชัย เสถียรกาล นักวิชาการป่า 4 ไปทำการสำรวจเบื้องต้นและทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ซึ่งอุทยานแห่งชาติดอยหลวงได้มีหนังสือที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อมูลทั่วไป</strong></p>
<p><strong>        อุทยานแห่งชาติดอยหลวง</strong> มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เชียงราย ลำปาง และพะเยา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ได้ยกฐานะมาจากวนอุทยานน้ำตกจำปาทอง วนอุทยานน้ำตกผาเกล็ดนาค วนอุทยานน้ำตกปูแกง และวนอุทยานน้ำตกวังแก้ว รวม 4 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน มีสภาพธรรมชาติและจุดเด่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 731,250 ไร่ หรือ 1,170 ตารางกิโลเมตร</p>
<p>       กองอุทยานแห่งชาติได้มีหนังสือ ที่ กส 0708/3430 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2524 เสนอกรมป่าไม้ เพื่อขอยกฐานะวนอุทยานน้ำตกจำปาทอง วนอุทยานน้ำตกผาเกล็ดนาค อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา และวนอุทยานน้ำตกปูแกง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกันและอยู่ในป่าเทือกเขาดอยหลวงด้วยกันเป็นอุทยานแห่งชาติดอยหลวง โดยได้มีคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 1578/2524 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2524 ให้ นายธวัชชัย เสถียรกาล นักวิชาการป่า 4 ไปทำการสำรวจเบื้องต้นและทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ซึ่งอุทยานแห่งชาติดอยหลวงได้มีหนังสือที่ กษ 0713(ดล)/5 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2525 ส่งรายงานการสำรวจ ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวมีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะสมที่จะรวมวนอุทยานทั้งหมด จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ</p>
<p>        ต่อมาจังหวัดลำปางและป่าไม้เขตลำปางได้ขอให้กรมป่าไม้จัดบริเวณวนอุทยาน น้ำตกวังแก้ว จังหวัดลำปาง เป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2526 ที่กำหนดให้จังหวัดลำปางเป็นจังหวัดส่งเสริมการท่องเที่ยว ผลการสำรวจปรากฏว่า มีพื้นที่เป็นบริเวณติดต่ออยู่ในเทือกเขาดอยหลวง ซึ่งเป็นป่าผืนเดียวกันทั้งหมดและเป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้นที่ 1 A ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2528 และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของลำห้วยหลายสายซึ่งไหลลงสู่กว้านพะเยา พื้นที่ที่สำรวจมีธรรมชาติและจุดเด่นที่สวยงามมากมาย เหมาะสำหรับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ</p>
<p>       <strong>กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้</strong> ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติมีมติในการประชุมครั้งที่ 4/2523 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2528 เห็นชอบในหลักการที่จะให้ดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติดอยหลวงต่อไปได้ ทั้งนี้ให้กันพื้นที่บริเวณที่ราษฎรถือครองออกเสียก่อน โดยให้ยึดถือแนวทางปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12มิถุนายน 2527 คือ ให้ยึดถือภาพถ่ายทางอากาศปี 2510 เป็นเกณฑ์พิจารณา</p>
<p>          กองอุทยานแห่งชาติ จึงได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องที่ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อดำเนินการออกประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าแม่ลาวฝั่งขวา ป่าแม่ส้าน และป่าแม่ใจ ในท้องที่ตำบลแม่สรวย ตำบลแม่พริก ตำบลศรีถ้อย ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย ตำบลธารทอง ตำบลทรายขาว ตำบลสันกลาง ตำบลป่าหุ่ง ตำบลม่วงคำ ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน ตำบลสันสลี ตำบลเวียง ตำบลบ้านโป่ง ตำบลป่างิ้ว ตำบลหัวฝาย อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลป่าแฝก ตำบลเจริญราษฎร์ ตำบลศรีถ้อย ตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ป่าขุนวัง แปลงที่สอง ป่าขุนวังแปลงที่สาม ป่าขุนวังแปลงที่หนึ่ง ป่าแม่โป่ง และป่าแม่งาวฝั่งซ้าย ในท้องที่ตำบลทุ่งฮั้ว ตำบลวังเหนือ ตำบลวังใต้ ตำบลร่องเคาะ อำเภอวังเหนือ และตำบลบ้านร้อง อำเภองาว จังหวัดลำปาง และป่าแม่ต้ำ ป่าแม่นาเรือ ในท้องที่ตำบลบ้านใหม่ ตำบลท่าจำปี ตำบลบ้านต้ำ ตำบลบ้านต๋อม ตำบลบ้านสาง ตำบลบ้านตุ่น ตำบลแม่นาเรือ อำเภอพะเยา จังหวัดพะเยา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 107 ตอนที่ 61 ลงวันที่ 16 เมษายน 2533 มีพื้นที่ทั้งหมด 731,250 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 61 ของประเทศ</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิประเทศ<br />
        </strong>สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนทอดตัวยาวตามแนวเหนือ-ใต้ โดยค่อนข้างสูงขึ้นจากทางเหนือลงมาทางใต้ โดยมีจุดสูงสุดคือ ยอดดอยหลวง ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,694 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และสภาพดินเป็นดินลูกรังผสมหินโดยเฉพาะบนยอดเขา ส่วนบริเวณหุบเขาจะมีดินสีดำอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และหินมีลักษณะเป็นหินกรวดหรือหินปูนทราย เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำวังและกว๊านพะเยา</p>
<p><strong>ลักษณะภูมิอากาศ<br />
        </strong>ประกอบไปด้วยฤดูกาล 3 ฤดูกาล คือ ฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม</p>
<p><strong>พรรณไม้และสัตว์ป่า<br />
       </strong>ประกอบด้วยป่าชนิดต่างๆ 5 ประเภท ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าสนเขา มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น สัก เสลา อินทนิน มะขามป้อม มะกอกป่า มะม่วงป่า ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง ชิงชัน ประดู่ กระบก ยมหิน ยมหอม บุนนาค เต็ง รัง เหียง พลวง ยางนา หว้า ก่อเดือย ก่อแป้น ก่อกำยาน สนสามใบ รวมถึงไผ่ขาว ไผ่บง กล้วยป่า เฟินก้านดำ ขิง ข่า กล้วยไม้ดิน ชายผ้าสีดา กระแตไต่ไม้ เอื้องผึ้ง หวายป่า เท้าสิงห์โต เอื้องหมายนา ค้างคาวดำ ดุสิตา แววมยุรา กระดุมเงิน</p>
<p>         สัตว์ป่าประกอบด้วย เลียงผา เก้ง กวางป่า หมูป่า หมี อีเห็น ชะมด บ่าง ชะนี ลิงกัง เสือดาว แมวดำ หมาใน กระต่ายป่า กระรอกบิน ตะกวด เต่าปูลู งูชนิดต่างๆ รวมไปถึงไก่ป่า นกเงือก นกพญาไฟพันธุ์เหนือ นกปีกลายสก็อต นกกางเขนหัวขาวท้ายแดง นกศิวะปีกสีฟ้า และนกย้ายถิ่นหายาก เช่น นกกินปลีหางยาวคอสีดำ และนกอื่นมากมายกว่า 200 ชนิด นอกจากนี้ยังมีแมลงมากมายหลายชนิด เช่น ผีเสื้อกลางวัน ผีเสื้อกลางคืน กว่างห้าเขา ผีเสื้อใบไม้ใหญ่ ผีเสื้อหางติ่งปารีส ผีเสื้อถุงทอง เป็นต้น</p>
<p><strong>แหล่งท่องเที่ยว</strong></p>

<a href='http://www.nookjung.com/travel/474/006-5' title='อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0064.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/474/001-6' title='อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0014.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/474/002-7' title='อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0024.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/474/003-6' title='อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0034.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/474/004-6' title='อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0044.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)" /></a>
<a href='http://www.nookjung.com/travel/474/005-6' title='อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)'><img width="150" height="100" src="http://www.nookjung.com/travel/wp-content/uploads/2009/08/0054.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (เชียงราย)" /></a>

<p><strong>น้ำตกปูแกง<br />
</strong>         เป็นน้ำตกที่มีการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ ทำให้เกิดหินงอกหินย้อย และถ้ำมากมายในบริเวณน้ำตก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง มีจำนวน 9 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณบ้านปูแกง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยปกติจะมีราษฎรในท้องถิ่นเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนอยู่เป็นประจำ การเดินทางไปยังบริเวณน้ำตกมีทางลาดยาง แยกจากถนนสายเชียงราย-พะเยา เข้าไปถึงบริเวณน้ำตกระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เส้นทางใช้ได้ตลอดทั้งปี<br />
กิจกรรม &#8211; ดูผีเสื้อ &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ &#8211; เที่ยวน้ำตก &#8211; ชมพรรณไม้ &#8211; ดูนก</p>
<p><strong>น้ำตกจำปาทอง<br />
</strong>          เป็นน้ำตกที่พบเห็นในสภาพป่าดิบชื้นทั่วๆ ไป มีลักษณะเป็นน้ำตกสูงชัน น้ำใสสะอาด มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่สูงและสวยที่สุด บางชั้นสายน้ำตกลงมามีลักษณะคล้ายงาช้างหรือหัวช้างบ้าง ซึ่งราษฎรในท้องถิ่นก็ตั้งชื่อชั้นของน้ำตกที่เห็นตามลักษณะของน้ำตกที่ปรากฏให้เห็น การเดินทางมีถนนลาดยางแยกจากถนนสายเชียงราย-พะเยา ตรงหลักกิโลเมตรที่ 7 ก่อนจะถึงตัวจังหวัดพะเยาเข้าไปประมาณ 16 กิโลเมตร ก็ถึงบริเวณน้ำตก<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; ชมพรรณไม้ &#8211; ดูนก &#8211; ดูผีเสื้อ &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกผาเกล็ดนาค</strong><br />
           เป็นน้ำตกที่เกิดในป่าดิบแล้ง อยู่ห่างจากบ้านต๋อมเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร การเดินทางไปบริเวณน้ำตกต้องเดินเท้าเข้าไปชม และความสวยงามของน้ำตกเกิดจากโขดหินต่างๆ บริเวณน้ำตกที่มีลักษณะคล้ายๆ เกล็ดนาค เมื่อถูกแสงแดดจะดูสวยงามมาก<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; ดูนก &#8211; ดูผีเสื้อ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกวังแก้ว</strong><br />
            เป็นน้ำตกที่สวยงามมากของอุทยานแห่งชาติดอยหลวง เป็นน้ำตกที่เกิดจากการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำเช่นเดียวกับน้ำตกปูแกง แต่มีความสูงมากกว่า มีชั้นของน้ำตกถึงประมาณ 102 ชั้น น้ำตกนี้มีความสวยงามตลอดทั้งปี<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; ชมพรรณไม้ &#8211; ดูนก &#8211; ดูผีเสื้อ &#8211; เดินป่าศึกษาธรรมชาติ &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>ถ้ำนางพญาปางดินไฟ</strong><br />
        เป็นถ้ำที่อยู่บริเวณทางน้ำตกวังแก้ว ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นถ้ำไม่ลึกมากนัก ผนังถ้ำมีหินงอกและหินย้อยที่เกิดจากหินปูน บริเวณก่อนถึง ถ้ำพญาปางดินไฟนี้มีเนินเขาเตี้ยๆ<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา</p>
<p><strong>น้ำตกวังทอง</strong><br />
       อยู่บริเวณใกล้เคียงกับน้ำตกวังแก้ว มีสภาพน้ำตกเช่นเดียวกับน้ำตกวังแก้ว แต่สูง น้อยกว่าน้ำตกวังแก้ว การเดินทางเข้าไปบริเวณน้ำตกยังไม่สะดวกเท่าที่ควร<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p><strong>น้ำตกแม่เหยี่ยน</strong><br />
       เป็นน้ำตกสูงชัน น้ำใสสะอาด ไหลตลอดทั้งปี น้ำตกไหลลงมาเป็นสายคล้ายงาช้าง ลดหลั่นกันมาเป็นชั้นๆ จำนวน 7 ชั้น มีความสูงประมาณ 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีไม้ยางเป็นไม้เด่น<br />
กิจกรรม &#8211; เที่ยวน้ำตก</p>
<p>ดอยหนอก<br />
อยู่ในเทือกเขาดอยหลวง มีลักษณะนูนขึ้นมาเป็นรูปรีคล้ายโหนกวัว เป็นภูเขาที่มีหน้าผาสูงชันสามารถมองเห็นได้จากเบื้องล่างทางทิศตะวันออกของกว๊านพะเยา ทิศเหนือถนนพหลโยธินไปจังหวัดเชียงราย การไปเที่ยวดอยหนอกเริ่มต้นจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ที่ 6 (น้ำตกจำปาทอง) ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 10 ชั่วโมง เพื่อไปชมโบราณสถานที่ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้สร้างไว้ ชมพันธุ์ไม้ กล้วยไม้ป่า ที่หายาก นก ผีเสื้อ และแมลงต่างๆ ชมทิวทัศน์บริเวณกว๊านพะเยา และชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าในสภาพอากาศที่หนาวเย็นปกคลุมด้วยม่านหมอก การเข้ามาท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำทางด้วย<br />
กิจกรรม &#8211; ชมทิวทัศน์ &#8211; ชมประวัติศาสตร์ &#8211; ชมพรรณไม้ &#8211; ดูนก &#8211; ดูผีเสื้อ &#8211; เดินป่าระยะไกล<br />
<strong>สถานที่ติดต่อและการเดินทาง</strong><br />
สถานที่ติดต่อ อุทยานแห่งชาติดอยหลวง<br />
ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย อ. พาน จ. เชียงราย 57280<br />
โทรศัพท์ +66 5360 9042 อีเมล reserve@dnp.go.th</p>
<p><strong>การเดินทาง</strong><br />
<strong>รถยนต์</strong><br />
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยหลวง อยู่บริเวณน้ำตกวังแก้ว อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง สามารถเดินทางไปได้ 2 ทาง<br />
• เริ่มเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มายังสายลำปาง-อำเภอแจ้ห่ม จากอำเภอแจ้ห่มเดินทางมายังอำเภอวังเหนือ อีกประมาณ 58 กิโลเมตร และจากอำเภอวังเหนือเดินทางต่อ ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกวังแก้ว<br />
• เดินทางไปตามเส้นทางสายเชียงราย-เชียงใหม่ ถึงบริเวณบ้านแม่ขะจาน มีทางลาดยางประมาณ 16 กิโลเมตรก็จะถึงอำเภอวังเหนือ ซึ่งทางนี้เหมาะสมและสะดวกกว่าการเดินทางโดยทางแรก</p>
<p><strong>สิ่งอำนวยความสะดวก<br />
</strong>- ห้องสุขาชาย<br />
- มีห้องสุขาชายให้บริการ<br />
- ห้องสุขาหญิง<br />
- มีห้องสุขาหญิงให้บริการ<br />
- สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ได้จัดสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 200 คน<br />
- สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ มีพื้นที่กางเต็นท์ พร้อมห้องน้ำ-ห้องสุขารวม ไว้ให้บริการ ท่านสามารถนำเต็นท์มากางเอง หรือติดต่อขอใช้บริการเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีค่าบริการอยู่หลายอัตราขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ รายละเอียดเกี่ยวกับที่พักเต็นท์ขอให้ติดต่อสอบถามกับอุทยานแห่งชาติโดยตรง<br />
- ที่จอดรถ มีลานจอดรถให้บริการแก่นักท่องเที่ยว<br />
- บริการอาหาร มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว<br />
- ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยว<br />
สามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 &#8211; 16.30 น.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.nookjung.com/travel/474/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

